ในวันที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงด้วยความเร็วสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ประเทศไทยกลับขยับตัวได้ช้าราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้
เศรษฐกิจถูกแช่แข็งให้อยู่ในโครงสร้างแบบเดิม ตอบโจทย์คนจำนวนน้อย สร้างภาระให้คนจำนวนมาก เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นในประเทศไม่ได้
สังคมไทยถูกแช่แข็งไว้ให้อยู่ในแนวคิดและวิถีชีวิตแบบเก่า ไม่สามารถเปิดรับสิ่งใหม่และโอบรับความหลากหลาย
ระบบการเมืองถูกแช่แข็งไว้ให้อยู่ในวังวนของปัญหา และไม่สามารถทำงานให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน
รัฐไทยถูกแช่แข็งไว้ให้ทำงานตามกฎระเบียบ ที่เต็มไปด้วยงานที่ไม่จำเป็น ขยับตัวได้ช้า ทำงานแยกส่วน
สิทธิของประชาชนถูกแช่แข็งไว้ ไม่ให้สามารถเดินในเส้นทางที่ตัวเองต้องการได้อย่างเต็มศักยภาพ
การเลือกตั้งปี 69 นี้ยังเป็น ‘การเลือกตั้งท่ามกลางกระแสชาตินิยม’ ที่พาคนไทยย้อนยุคกลับไปอีก และลดความสำคัญของการแข่งขันด้วยนโยบายเหมือนกับการเลือกตั้งปี 62 และ 66 ที่ผ่านมา
แต่นโยบายสาธารณะก็เป็นเรื่องที่กระทบกับชีวิตของพวกเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ตื่นจนนอน ตั้งแต่เกิดจนตาย
การปล่อยให้นโยบายเดินไปโดยที่ไม่จับตามองหรือไม่เรียกร้องอะไรเลย จึงเป็นการเอาชีวิตของพวกเราไปฝากไว้กับนักการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังจากการเลือกตั้ง โดยไม่ได้บริหารจัดการความเสี่ยงอะไรเลย 101 PUB จึงขอชวนทุกท่านกลับมาพิจารณานโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆ ได้พูดไว้ว่าหากจะเป็นรัฐบาลแล้วจะทำอะไรบ้าง แล้วจะช่วยให้ชีวิตของพวกเราดีขึ้นได้มากเพียงใด (แม้บางเรื่องอาจเป็นเพียงเทคนิคการหาเสียงก็ตาม)
ในบทความตอนที่ 3 ของซีรีส์นี้ ว่าด้วยนโยบายเศรษฐกิจที่พยายามพาประเทศไทยให้หลุดจากมรสุมที่รุมเร้าหลายทิศทาง โดยหวังว่าจะช่วยให้คนและธุรกิจสามารถกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ความช่วยเหลือต่างๆ เหล่านี้จะช่วยคืนความหวังในการทำมาค้าขายให้คนไทยได้หรือไม่? จะเป็นการรักษาปัญหาที่ต้นเหตุแล้วพาคนไทยหลุดไปสู่เส้นทางของการพัฒนา หรือสุดท้ายแล้วจะเป็นแค่การทา ‘ยาชา’ ให้ทนเจ็บไหว?
- อ่านบทความตอนที่ 1: รัฐไทยจะถูกอัพเกรด?
- อ่านบทความตอนที่ 2: คุณภาพชีวิตคนไทยจะดีขึ้น?
นโยบายแก้หนี้ ต่างมุมมอง-ต่างความคาดหวัง ผลลัพธ์ยังต้องตั้งคำถาม
ปัญหาหนี้สิน เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศไทย จากยอดหนี้ครัวเรือนที่สูงเกือบ 90% ต่อจีดีพี และสัดส่วนหนี้เสียที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะหลัง[1]สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2568). “รายงานภาวะสังคมไตรมาส 3 พ.ศ.2568”. ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจและสุขภาพทางการเงินของคนไทย และเนื่องจากหนี้เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผู้คนในวงกว้าง ทำให้ในการเลือกตั้งปี 69 นี้ พรรคการเมืองต่างๆ ก็ได้คิดข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินให้แก่ประชาชน ซึ่งแต่ละพรรคก็มีมุมมองต่อปัญหาที่แตกต่างกันออกไป
พรรคที่ยกนโยบายแก้หนี้เป็นจุดขายหลัก คือ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีแนวทางที่แก้หนี้หลายรูปแบบ ครอบคลุมทั้งหนี้ดีและหนี้เสีย หนี้นอกระบบ หนี้เกษตรกร ตลอดจนลูกหนี้ผู้สูงอายุ[2]พรรคเพื่อไทย. (2568, 29 ธันวาคม). “‘เพื่อไทย’ ชู ‘นโยบายล้างหนี้’ 1 แพคเกจ 5 มาตรการ ฟื้นชีวิตคนเป็นหนี้ คืนศักดิ์ศรีให้คนไทย”. … Continue reading ซึ่งอาจส่งผลต่อการ ‘ล้างหนี้’ ของไทยได้มากกว่านโยบายที่รัฐบาลเคยดำเนินการมาในอดีต แต่หากจะทำตามมาตรการต่างๆ ที่เสนอมานั้น อาจต้องใช้งบประมาณมหาศาลไปกับการแก้หนี้
ถึงแม้ในเอกสารที่พรรคเพื่อไทยนำส่งคณะกรรมการการเลือกตั้งจะระบุว่า นโยบายในชุดมาตรการนี้ใช้เงินงบประมาณเบื้องต้นราว 55,000 ล้านบาท[3]วงเงินเบื้องต้นของแต่ละนโยบายที่ระบุไว้คือ ล้างหนี้วัยเกษียณ 4,000 ล้านบาท นโยบายพักหนี้เกษตรกร 15,000 ล้านบาท(ต่อปี) นโยบายล้างหนี้นอกระบบ 6,000 … Continue reading ทั้งนี้ยังไม่รวมนโยบายล้างหนี้ประชาชน ซึ่งจะยกหนี้ให้ประชาชนที่มีหนี้เสียไม่มีหลักประกัน มูลค่าไม่เกิน 200,000 บาท โดยให้จ่ายเพียงแค่ 10% ปิดจบใน 3 เดือน เพราะในเอกสารดังกล่าวระบุว่าจะใช้กลไกลดเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) แต่หากดำเนินการจริง เงินที่กองทุนฟื้นฟูฯ จะได้รับก็จะลดลงขั้นต่ำกว่า 39,600 ล้านบาท ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วก็น่าต้องมีจำนวนมากกว่านี้ ดังนั้น ชุดนโยบายเหล่านี้ก็อาจมีต้นทุนรวมสูงกว่า 100,000 ล้านบาทได้
นอกจากงบประมาณที่อาจบวมกว่าที่กำหนดไว้จนไปเบียดเบียนขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายอื่นๆ แล้ว หลายมาตรการในชุดนโยบายล้างหนี้ของพรรคเพื่อไทย ถึงอาจได้ผลในการ ‘ล้างหนี้’ ระยะสั้น แต่ก็สามารถสร้างปัญหาใหญ่ในระยะยาว จากการสร้างแรงจูงใจให้ลูกหนี้จงใจก่อหนี้เสียได้ อย่างเช่นมาตรการล้างหนี้วัยเกษียณที่จะปิดหนี้เสียให้ลูกหนี้ธนาคารรัฐที่อายุมากกว่า 60 ปีและยอดไม่เกิน 100,000 บาท ก็อาจจะทำให้คนที่อายุใกล้ถึงเกณฑ์ไม่คิดที่จะจ่ายหนี้คืน เป็นต้น
ในขณะเดียวกัน พรรคประชาชนมีแนวทางที่ต่างออกไป โดยพยายามจะใช้มาตรการแก้หนี้เป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนาภาคเกษตร พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย ผ่านชุดนโยบาย “แก้หนี้สิน คืนชีวิตใหม่เกษตรกรไทย” ใจความหลักของข้อเสนอคือ ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเปลี่ยนรูปแบบการผลิตเพื่อลดหนี้ ให้รางวัลเกษตรกรที่จ่ายหนี้ดี พร้อมทั้งปลด-ลดหนี้เกษตรกรสูงอายุ[4]พรรคประชาชน. (2568). “แก้หนี้สิน คืนชีวิตใหม่เกษตรกรไทย”. สืบค้นจาก: https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/C-5-3/
ผลลัพธ์ของโครงการพัฒนาทักษะและสร้างองค์ความรู้ในภาคเกษตรเป็นที่น่าตั้งคำถาม เพราะในอดีตโครงการลักษณะเช่นนี้มักจะไม่ประสบความสำเร็จ จากความคิดแบบรวมศูนย์ และไม่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่[5]วศินี สุขเสมอ. (2569). “นากรีนไม่ไปไหน เพราะนโยบายพัฒนาทักษะไม่ตอบโจทย์?”. สืบค้นจาก: https://101pub.org/upskill-for-green-farming/
และในภาพรวมแล้ว ข้อเสนอของพรรคประชาชนไม่ได้แก้ไขหนี้อื่นๆ ทั้งหนี้นอกระบบ และหนี้ส่วนบุคคลอื่นๆ นอกภาคเกษตร จึงอาจสะท้อนว่าพรรคประชาชนไม่ได้มองว่าปัญหาหนี้สำคัญมากเพียงพอ
พรรคภูมิใจไทย สานต่อนโยบาย “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่ได้เริ่มทำในสมัยเป็นรัฐบาล โดยให้บริษัทจัดการสินทรัพย์ซื้อหนี้เสียออกจากสถาบันการเงิน แล้วให้ประชาชนไปลงทะเบียนเพื่อไกล่เกลี้ยลดหนี้กับบริษัทจัดการสินทรัพย์ได้ มาตรการนี้มีจุดแข็งในการรักษาวินัยการชำระหนี้ เพราะถึงแม้ลูกหนี้อาจจะได้ลดหนี้ลง แต่ก็ยังต้องจ่ายหนี้คืนต่ออยู่ดี คล้ายคลึงกับมาตรการในอดีต เช่น โครงการคุณสู้เราช่วย ที่ปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้
อย่างไรก็ดี โครงการลักษณะนี้ก็มีความน่ากังวลต่อประสิทธิผล เช่น โครงการคุณสู้เราช่วย มีผู้ลงทะเบียนไม่ถึงครึ่งของลูกหนี้ที่เข้าข่ายทั้งหมด[6]ประชาชาติธุรกิจ. (2568, 28 สิงหาคม). “ธปท.จี้ลูกหนี้เข้า ‘คุณสู้เราช่วย’ ชี้อุปสรรคสำคัญ ‘ตามตัวไม่เจอ-ติดต่อไม่ได้’” สืบค้นจาก: https://www.prachachat.net/finance/news-1872361 อีกทั้งลูกหนี้จำนวนมากที่เข้าร่วมโครงการแก้หนี้ในอดีตก็ไม่สามารถชำระหนี้ต่อได้ตลอดรอดฝั่ง จนกลับไปมีหนี้เสียอีกอยู่ดี[7]ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ้งภากรณ์. (2568, 24 พฤศจิกายน). ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ นำเสนอในหัวข้อ “Designing Debt Policies that Work: Insights from flexible debt relief and last-mile behavioral experiments” ในงานสัมมนา … Continue reading
ทั้งนี้ยังมีข้อเสนอแก้หนี้จากพรรคการเมืองอื่นๆ เช่นกัน อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้นำเสนอการแก้ไขหนี้เกษตรกรเช่นเดียวกันกับพรรคประชาชน แต่จะใช้นโยบายซื้อหนี้เสียผ่านบริษัทจัดการสินทรัพย์ในภาคเกษตรแทน[8]พรรคประชาธิปัตย์. (2569). “ซื้อหนี้เกษตรกร และฟื้นฟูการทำการเกษตร ด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปลี่ยน การพักหนี้ เป็น การซื้อหนี้คืน … Continue reading ซึ่งคล้ายคลึงกับนโยบายปิดหนี้ไวไปต่อได้[9]โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ในระยะถัดไปน่าจะดำเนินการกับกลุ่มลูกหนี้ธนาคารเฉพาะกิจ … Continue reading ขณะที่พรรคไทยสร้างไทย นำเสนอกองทุนเพื่อไปแก้หนี้นอกระบบ และกองทุนช่วยเหลือหนี้ที่เกิดจากโควิด เป็นต้น[10]พรรคไทยสร้างไทย. (2568). “นโยบายแก้หนี้ – เติมทุน – ลดรายจ่าย – ขจัดอุปสรรค”. สืบค้นจาก: … Continue reading
ข้อเสนอของแต่ละพรรคการเมืองนั้นมีความแตกต่างกัน แต่นโยบายที่นำเสนอนั้นมักจะเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาหนี้ในระยะสั้นมากกว่า เช่น การช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มหนี้เสียต่างๆ การให้กู้เงินเพื่อปิดหนี้นอกระบบ ซึ่งในระยะยาวแล้วมาตรการเหล่านี้อาจไม่ได้การันตีว่าคนจะไม่ก่อหนี้จนทำให้เกิดหนี้เสียอีก อีกทั้งการใช้นโยบายซื้อหนี้เสียออกจากสถาบันการเงินก็ยังดูเหมือนเป็นการให้ท้ายเหล่าธนาคารที่ปล่อยกู้จนเกิดหนี้เสียจำนวนมากในปัจจุบัน ดังนั้นการแก้ปัญหาหนี้สินในระยะยาว นอกจากคำตอบครอบจักรวาลแบบทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตมากขึ้นแล้ว ยังจะต้องมีกลไกบางอย่างที่จะช่วยลูกหนี้ในระยะยาว เช่น การทำให้กฎหมายล้มละลายฉบับใหม่ ที่ผ่านชั้นสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วแต่ตกไปจากการยุบสภา ให้ได้ไปต่อเมื่อเป็นรัฐบาล เพราะเป็นกฎหมายที่จะช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยให้ได้ปรับโครงสร้างหนี้ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งหากกฎหมายนี้ผ่าน มันก็จะเป็นการสร้างกฎเกณฑ์ในการทำข้อตกลงของทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ในระยะยาวด้วย
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาเมื่อเกิดหนี้เสียจากการปล่อยกู้ของสถาบันการเงิน รัฐบาลก็มักจะช่วยเหลือลูกหนี้ แต่การช่วยเหลือเหล่านี้ทำให้ธนาคารเจ้าหนี้ได้รับอานิสงส์จากการช่วยเหลือไปด้วย ดังนั้นจึงควรมีกลไกให้ธนาคารรับผิดชอบที่ดูแลลูกหนี้ เช่น ปล่อยกู้แบบรับผิดชอบมากขึ้น หรือ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทางการเงินให้ลูกหนี้ด้วยไม่ใช่แค่รอรับดอกเบี้ยเท่านั้น
นโยบายเกษตรที่ยังไม่พ้นกับดักเงินอุดหนุน
ในประเทศที่ใครหลายคนเรียกว่า ‘ประเทศเกษตรกรรม’ และยกย่องเกษตรกรว่าเป็น ‘กระดูกสันหลังของชาติ’ เกษตรกรจำนวนมากกลับมีรายได้ที่ไม่เพียงพอเลี้ยงปากท้องตนเองและครอบครัว ไม่สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เหมาะสมตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ภาคเกษตรจึงกลายเป็นพื้นที่แข่งขันทางนโยบายที่ถูกให้ความสำคัญมาโดยตลอด
พรรคการเมืองจำนวนมากนำเสนอมาตรการแก้ปัญหาที่หลากหลาย ตั้งแต่ที่ดินทำกิน[11]ดูเพิ่มเติม: กองบรรณาธิการ 101 PUB, “ประเมินนโยบายเลือกตั้ง 69 จะพาคนไทย ‘หก’ หรือ ‘ก้าว’ รัฐไทยจะถูกอัพเกรด?,” 101 Public Policy Think Tank, 16 มกราคม 2026, https://101pub.org/2026-policy-evaluation-ep1/ … Continue reading ปัจจัยการผลิต เทคโนโลยี ไปจนถึงการสร้างตลาดและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับสินค้าเกษตร แต่ในทางปฏิบัติ นโยบายที่ได้รับความสนใจและถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากที่สุดกลับเป็นนโยบายที่สนับสนุนทางการเงิน เนื่องจากสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ทันทีและสื่อสารกับประชาชนได้ง่าย อย่างไรก็ตาม การเน้นนโยบายอุดหนุนในลักษณะ ‘ไม่มีเงื่อนไข’ อาจกลบปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรมากกว่าที่จะแก้ไข และเสี่ยงทำให้เกษตรกรติดกับดักรายได้ที่พึ่งพาการชดเชยจากรัฐ แทนที่จะได้รับการเสริมศักยภาพให้สามารถปรับตัวต่อความผันผวนของตลาดและต้นทุนการผลิตในระยะยาว
นโยบายเกษตรของพรรคหลักในการเลือกตั้งครั้งนี้แม้จะต่างกันในรูปแบบ ทั้งพักหนี้ ซื้อหนี้ หรือประกันราคาและรายได้ แต่ล้วนยืนอยู่บนตรรกะเดียวกันคือการใช้เงินรัฐเข้าไปอุดหนุนเฉพาะหน้า
พรรคเพื่อไทย ซึ่งใช้นโยบายพักหนี้เกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง เสนอการพักเงินต้นและดอกเบี้ย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทผ่านสถาบันการเงินของรัฐ[12]พรรคเพื่อไทย, “พักหนี้-คืนชีวิตเกษตรกร,” พรรคเพื่อไทย, https://election.ptp.or.th/policy/95 (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). ควบคู่กับการประกันกำไรขั้นต่ำร้อยละ 30 ให้แก่ผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และข้าวโพด โดยรัฐรับภาระส่วนต่างราคาและพยายามดันราคาตลาดให้สูงขึ้น[13]พรรคเพื่อไทย, “ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%,” พรรคเพื่อไทย, https://election.ptp.or.th/policy/116 (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026).
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอการซื้อหนี้เกษตรกรมาไว้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.)[14]ประชาธิปัตย์, “ซื้อหนี้เกษตรกร และฟื้นฟูการทำการเกษตร ด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปลี่ยน การพักหนี้ เป็น การซื้อหนี้คืน … Continue reading และการประกันรายได้แบบครบวงจรตั้งแต่เริ่มปลูกถึงเก็บเกี่ยว พร้อมราคารับประกันตามชนิดพืช[15]ประชาธิปัตย์, “ประกันรายได้ ประกันรายได้ตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนเก็บเกี่ยว,” ประชาธิปัตย์, … Continue reading แนวทางดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงกับพรรครวมไทยสร้างชาติที่กำหนดราคารับประกันข้าวและปาล์มน้ำมันอย่างชัดเจน และสนับสนุนการขายตรงเพื่อลดบทบาทพ่อค้าคนกลาง[16]พรรครวมไทยสร้างชาติ, “เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศ,” พรรครวมไทยสร้างชาติ, https://www.xn--42cgj8bh4bwjfabd2c5b4hc9azxpd.net/policy (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026).
พรรคประชาชนเป็นพรรคเดียวที่เน้นการแก้ไขปัญหาไปจนถึงเชิงโครงสร้าง[17]พรรคประชาชน, “แก้หนี้สิน คืนชีวิตใหม่เกษตรกรไทย,” พรรคประชาชน, https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/C-5-3/ (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). ด้วยการแก้หนี้ไปตามกลุ่มด้วยการลดและปลดหนี้สินสำหรับเกษตรกรอายุมากกว่า 70 ปี ปรับโครงสร้างหนี้สำหรับเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้เรื้อรังและหนี้เสียผ่านการปรับโครงสร้างการผลิตร่วมกับการปรับโครงสร้างหนี้ และการสร้างแรงจูงใจสำหรับเกษตรกรที่ชำระหนี้ดีอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการกำหนดโครงสร้างราคาที่เป็นธรรมตามคุณภาพและช่วงราคาเป้าหมายที่แน่นอนสำหรับสินค้าเกษตรเศรษฐกิจหลัก 4 ชนิดเพื่อให้เกษตรกรวางแผนได้ล่วงหน้า
เมื่อพิจารณาร่วมกันทั้งนโยบายพักหนี้เกษตรกรและนโยบายประกันรายได้หรืออุดหนุนราคาสินค้าเกษตร จะเห็นชัดว่าแม้รัฐจะอัดเงินเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง แต่นโยบายทั้งสองกลับไม่สามารถพาเกษตรกรหลุดพ้นจากความยากจนได้จริง
การพักหนี้เป็นเพียงการยืดเวลาและลดแรงกดดันชั่วคราว โดยไม่แตะโครงสร้างรายได้ที่ต่ำกว่าศักยภาพ และหากออกแบบและดำเนินการไม่ดี ก็อาจทำให้เกษตรกรเป็นหนี้มากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก[18]โสมรัศมิ์ จันทรัตน์, ลัทธพร รัตนวรารักษ์ และชญานี ชวะโนทย์, “กับดักหนี้ กับการพัฒนาเศรษฐกิจการเงินครัวเรือนฐานราก: นัยต่อการแก้หนี้ … Continue reading
ขณะที่นโยบายประกันรายได้และอุดหนุนราคา (รวมถึงการประกันกำไรของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่แน่ใจว่าจะการันตีตัวเลขกำไรอย่างไร และคำนึงถึงความสามารถในการเพาะปลูกที่ต่างกันของเกษตรกรแต่ละรายหรือไม่ อย่างไร) ก็ผูกชีวิตเกษตรกรไว้กับการผลิตแบบเดิมที่ต้นทุนสูง ประสิทธิภาพต่ำ กำไรต่ำ และเสี่ยงสูง ผลลัพธ์คือเกษตรกรยังต้องทำอาชีพเดิม รายได้ไม่พอรายจ่าย หนี้ไม่ลด และเมื่อรายได้ไม่พอ ก็กลับเข้าสู่วงจรกู้–พักหนี้–รอเงินอุดหนุนซ้ำไปไม่รู้จบ[19]วรดร เลิศรัตน์, “หยุดขุดหลุมฝังประเทศด้วย ‘เงินอุดหนุนเกษตรกร’ แบบเดิมๆ,” 101 Public Policy Think Tank, 11 มกราคม 2023, https://101pub.org/farmer-income-support-reform/
นโยบายทั้งสองนี้จึงอาจทำงานประสานกันในการเป็น ‘ยาชา’[20]The Active, “นโยบายพักหนี้เกษตรกร เป็นแค่ยาชาที่รอการผ่าตัดใหญ่,” the Active Thai PBS, 13 ธันวาคม 2023 https://theactive.thaipbs.or.th/data/debt-break-policy ที่ประคองระบบให้เดินต่อไปแบบป่วยๆ แต่ไม่เคยรักษาโรคต้นเหตุ
ทางออกของปัญหาเกษตรกรยากจนไม่ใช่การเลิกช่วย แต่คือการเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือของรัฐ จากการอุดหนุนแบบไม่มีเงื่อนไข ไปสู่การอุดหนุนที่ผูกกับการเปลี่ยนผ่านและการเพิ่มศักยภาพของเกษตรกรอย่างแท้จริง รัฐควรออกแบบนโยบายเติมรายได้ที่มีเงื่อนไขสอดคล้องกับบริบทสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป เช่น การสนับสนุนรายได้ในแนวทางการปลูกแบบใหม่[21]ดูเพิ่มเติม: วศินี สุขเสมอ, “นากรีนไม่ไปไหน เพราะนโยบายพัฒนาทักษะไม่ตอบโจทย์?,” 101 Public Policy Think Tank, 25 ธันวาคม 2025, … Continue reading การปรับเปลี่ยนชนิดพืช การยกระดับคุณภาพผลผลิต การใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ หรือการเปิดโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงการฝึกทักษะและอาชีพทางเลือกนอกภาคเกษตร โดยไม่ตัดขาดหลักประกันชีวิตในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ในการเลือกตั้งรอบนี้มีพรรคการเมืองที่กล่าวถึงการอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขด้วย เช่น พรรคประชาชนมีนโยบายการจัดการดินและปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตของ ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับเกษตรกรที่ไม่เผาวัสดุทางการเกษตร การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนพืชให้เหมาะสมกับดิน[22]พรรคประชาชน, “การจัดการดินและปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต,” พรรคประชาชน, (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026).
https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/C-5-2-04 ซึ่งแม้จะดูเป็นการดำเนินงานกับเกษตรกร และน่าจะช่วยยกระดับได้ แต่ตัวนโยบายเองนั้นเหมือนมุ่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมากกว่าจะเป็นเรื่องการยกระดับเกษตรกร
รัฐยังต้องปฏิรูปโครงสร้างที่เป็นคอขวดของภาคเกษตรทั้งระบบ ตั้งแต่การถือครองที่ดิน ระบบน้ำ ตลาดและห่วงโซ่อุปทาน ข้อมูลราคาและอุปสงค์–อุปทาน ไปจนถึงระบบหนี้และสวัสดิการสังคม เพื่อให้การอุดหนุนทำหน้าที่เป็น ‘บันได’ ช่วยพาเกษตรกรก้าวออกจากวงจรความยากจน ไม่ใช่ ‘กับดัก’ ที่ตรึงเกษตรกรไว้กับการผลิตแบบเดิม
‘ตัวเลขค่าแรงขั้นต่ำ’ สิ่งที่หายไปในการเลือกตั้งครั้งนี้
ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา หลายพรรคการเมืองใช้ ‘นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ’ เป็นเรือธงจูงใจให้คนส่วนมากหันมาลงคะแนนโดยตลอด การแข่งขันในการขายนโยบายค่าแรงขั้นต่ำจึงเป็นการประชันกันว่าพรรคไหน ‘กล้า’ ให้มากกว่ากัน เช่น พรรคพลังประชารัฐเสนอสูงสุด 400-425 บาท[23]ในการเลือกตั้งปี 2562 อ่านเพิ่มเติมใน ณัฐพล เมฆโสภณ. 2565. ย้อนดูแต่ละพรรคการเมือง สหภาพแรงงาน และนักวิชาการ เคยเสนอค่าแรงขั้นต่ำที่เท่าไร. … Continue reading พรรคก้าวไกลเคยเสนอ 450 บาท[24]โดยเสนอว่าจะปรับขึ้นทันทีเมื่อได้เป็นรัฐบาลในช่วงการเลือกตั้งปี 2566 อ่านเพิ่มเติมใน ณัฐพล เมฆโสภณ. 2565. ย้อนดูแต่ละพรรคการเมือง สหภาพแรงงาน … Continue reading และพรรคเพื่อไทยเสนอสูงสุด 600 บาท[25]ในการเลือกตั้งปี 2566 โดยจะทำให้ถึงภายในปี 2570 อ่านเพิ่มเติมใน ณัฐพล เมฆโสภณ. 2565. ย้อนดูแต่ละพรรคการเมือง สหภาพแรงงาน และนักวิชาการ … Continue reading
ในการเลือกตั้งปี 69 การแข่งขันในการเสนอตัวเลขค่าแรงขั้นต่ำกลับหายไป แทบไม่มีพรรคไหนที่พูดเรื่องตัวเลขค่าแรงกันเลย อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้แต่ละพรรคไม่แข่งกันเรื่องค่าแรงแล้ว พรรคการเมืองไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตแรงงานแล้ว?
พรรคส่วนใหญ่พยายามเพิ่มรายได้ โดยไม่พูดถึงค่าแรงขั้นต่ำ
การปรับค่าแรงขั้นต่ำมีความละเอียดอ่อน ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อแรงงานและเศรษฐกิจมีความอ่อนไหวต่อการประกาศและแนวทางการปรับค่าแรงอย่างมาก หากค่าแรงขยับขึ้นเร็วโดยที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ก่อน ผู้ประกอบการจะปรับตัวไม่ทันโดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย และอาจส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทางการค้าได้ พรรคการเมืองจำนวนมากจึงอาจไม่อยากเอาตัวเข้าไป ‘เสี่ยง’ ในเกมแบบเดิม ยิ่งไปกว่านั้น การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำเป็นอำนาจของคณะกรรมการไตรภาคี (นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล) ที่ต้องเจรจากันหาตัวเลขที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ รัฐบาลไม่ใช่ผู้กำหนดได้เองอย่างเต็มที่ จึงอาจไม่เห็นความจำเป็นในการประกาศว่าจะเข้าไปแทรกแซง[26]ไทยรัฐ. 2568. ฟังจุดยืนเรื่อง “ค่าแรง” แต่ละพรรคมีนโยบายอย่างไร | 23 ธ.ค. 68. Youtube. URL: https://www.youtube.com/watch?v=Fgk5IeuTu3o
ในการเลือกตั้งคราวนี้ พรรคจำนวนมากเลือกเสนอนโยบายที่เพิ่มโอกาสในการหารายได้ให้แรงงาน แทนที่จะไปกำหนดให้แรงงานมีรายได้ขั้นต่ำอย่างน้อยกี่บาท โดยหาวิธีทำให้แรงงานมีโอกาสเพิ่มรายได้จากการยกระดับทักษะแทน หรือในอีกด้านก็ส่งเสริมทุนประกอบธุรกิจด้วยความหวังว่า เมื่อธุรกิจเติบโตแล้ว ความต้องการแรงงานจะโตตามและค่าแรงจะเพิ่มขึ้นไปเองตามหลักกลไกตลาด ตัวอย่างเช่น
พรรคเพื่อไทยส่งเสริมทุนตั้งต้นประกอบธุรกิจผ่านโครงการ 1 อำเภอ 1 สตาร์ตอัพ[27]พรรคเพื่อไทย. 2569. 1 อำเภอ 1 สตาร์ตอัพ. URL: https://election.ptp.or.th/policy/87 และสถาบันค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย[28]พรรคเพื่อไทย. 2569. ตั้งสถาบันคำประกันสินเชื่อ (NaCGA). URL: https://election.ptp.or.th/policy/125 ในด้านการส่งเสริมทักษะทำผ่านโครงการ ODOS[29]พรรคเพื่อไทย. 2569. ทุน ODOS. URL: https://election.ptp.or.th/policy/118 ให้ทุนการศึกษาเด็กยากจน และตั้ง AI Learning Platform[30]พรรคเพื่อไทย. 2569. AI for All เรียนทันโลก. URL: https://election.ptp.or.th/policy/89 ให้คนไทยใช้ Upskill/Reskill
พรรคภูมิใจไทยส่งเสริมการเติมทุนและค้ำประกันให้ SME (นโยบายเมดอินไทยแลนด์ SMEs)[31]พรรคภูมิใจไทย. 2569. จีดีพีโต 3% พลัส. URL: https://election.bhumjaithai.com/posts/c9d89309-bb28-46f2-a2c4-edebbaf4b520 ส่วนในการส่งเสริมทักษะเน้นการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เขียนหลักสูตรโดยบริษัท[32]พรรคภูมิใจไทย. 2569. เรียนฟรีต้องมีจริง. URL: https://election.bhumjaithai.com/posts/4c0ba357-308c-4955-9d0c-32dc2741625f และการทำธนาคารหน่วยกิต (Learning Passport)[33]พรรคภูมิใจไทย. 2569. เรียนฟรีต้องมีจริง. URL: https://election.bhumjaithai.com/posts/4c0ba357-308c-4955-9d0c-32dc2741625f ให้คนเรียนเก็บหน่วยกิตได้จากนอกห้องเรียน เพื่อนำไปยื่นใบปริญญาบัตร
แน่นอนว่าการเพิ่มโอกาสให้แรงงานสามารถยกระดับรายได้เป็นเรื่องที่จำเป็น แต่หลายโครงการก็เป็นโครงการที่ภาครัฐดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้แรงงานได้อย่างที่คาดหวัง เพราะนอกจากขีดความสามารถและประสิทธิภาพที่เป็นคำถามสำคัญมาโดยตลอดแล้วนั้น ยังมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอื่นๆ ที่ท้าทายอีก ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังขาดซึ่งศักยภาพในการเติบโต[34]สรวิศ มา, ศุภณัฎฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์, ฉัตร คำแสง. 2024. เศรษฐกิจโตช้าไป หรือเราหวังไว้มากเกิน?. 101PUB. URL: https://101pub.org/over-optimistic-forecast-gdp/ ธุรกิจที่เปิดใหม่อาจจะไม่ได้มีโอกาสเติบโตได้มากนัก สถานการณ์ตลาดแรงงานที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี[35]Sasiwimon Warunsiri Paweenawat and Lusi Liao. 2022. Brain over Brawn: Job Polarization, Structural Change, and Skill Prices. PIER. URL: https://www.pier.or.th/files/dp/pier_dp_189.pdf ตลอดจนแรงงานที่ยกระดับมาเป็นแรงงานทักษะระดับกลางถ้าหากมีจำนวนมาก ก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ค่าจ้างอาจจะไม่สามารถขยับขึ้นได้มากนัก
2 พรรคไม่ให้ตัวเลขแต่ปรับ ‘หลักคิด’ ค่าแรงขั้นต่ำ
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งปี 2569 ยังมี 2 พรรคการเมืองที่มีนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำให้สูงขึ้นให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (ควบคู่ไปกับนโยบายส่งเสริมรายได้แบบพรรคอื่นๆ ด้วย) แต่ทั้ง 2 พรรคนี้มีวิธีการในการปรับค่าแรงขั้นต่ำที่แตกต่างกัน
พรรคประชาธิปัตย์ใช้วิธีการ ‘การันตีค่าแรงขั้นต่ำ’[36]พรรคประชาธิปัตย์. 2569. ประกันรายได้ผู้ใช้แรงงาน รัฐจ่ายส่วนต่าง. URL: … Continue reading ด้วยการสำรวจว่าปัจจุบันค่าครองชีพในจังหวัดนั้นสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำในจังหวัดนั้นอยู่กี่บาท แล้วรัฐค่อยอุดหนุนจำนวนเงินดังกล่าวเพื่อให้แรงงานมีรายได้เพียงพอยังชีพ ซึ่งก็ทำให้ภาคธุรกิจไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นั่นหมายความว่ารัฐเป็นผู้แบกรับต้นทุนค่าแรงให้ภาคธุรกิจ และในระยะยาว อาจเป็นการเปิดช่องให้ภาคธุรกิจกล้ากดค่าแรงเพิ่มได้อีก
ในขณะที่ พรรคประชาชนใช้วิธีการ ‘เปลี่ยนสูตรค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นธรรม’ กล่าวคือถึงแม้ว่าค่าจ้างขั้นต่ำจะเป็นการตกลงระหว่างคณะกรรมการสามฝ่าย แต่ตัวเลขค่าจ้างที่ตกลงมักอ้างอิงกับ ‘สูตรการคิดค่าจ้างขั้นต่ำ’ มาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาสูตรคิดค่าจ้างขั้นต่ำมีปัญหาไม่สะท้อนสถานการณ์ทางแรงงานที่เกิดขึ้นจริง[37]เช่น เอาอัตราสมทบมาคูณทำให้ผลิตภาพแรงงานที่เพิ่มขึ้นไม่ทำให้ค่าแรงเพิ่มในสัดส่วนเดียวกัน เป็นต้น อ่านเพิ่มเติมได้ใน ฉัตร คำแสง. 2023. … Continue reading ทางพรรคประชาชนจึงเสนอปรับสูตรโดยพิจารณาถึงอัตราเพิ่มขึ้นของอัตราสมทบของแรงงาน ผลิตภาพแรงงาน และอัตราเงินเฟ้อเป็นสำคัญ[38]https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/D-4-1-01 หากสามารถแก้สูตรให้เป็นธรรม การปรับค่าจ้างขึ้นก็จะเกิดขึ้นจริงได้ ภายใต้หลักการที่เห็นร่วมกันระหว่าง นายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ
แม้การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะเป็นไปด้วยความตั้งใจดีต่อผู้ใช้แรงงาน แต่การปรับค่าแรงอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสุดท้ายแล้ว ‘ค่าแรง’ เป็นผลมาจากการต่อรองในตลาดแรงงานที่มีปัจจัยอื่นอีกมาก ภายใต้โครงสร้างเดิม หากปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ไปเปลี่ยน ‘ตัวแปร’ อื่นด้วย (เช่น ลดสวัสดิการอื่นของแรงงาน ลดการจ้างงาน หมกเม็ดส่วนอื่น หรือเพิ่มราคาสินค้าบริการที่จะกลับมาเพิ่มค่าครองชีพ) ทำให้ลดทอนผลบวกต่อตัวแรงงานไปจดหมด พรรคการเมืองจึงต้องหาวิธีส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตโดยรวมของแรงงานดีขึ้นจากการ ‘ผ่า’ โครงสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงานด้วย เช่น 1. จะส่งเสริมอำนาจการต่อรองค่าแรงให้กับลูกจ้างอย่างไร[39]ถึงแม้ว่าผลิตภาพแรงงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นมาตลอด แต่ค่าจ้างขั้นต่ำที่แท้จริง (หักเงินเฟ้อ) แทบไม่ขึ้นเลย … Continue reading เพื่อให้แรงงานไม่ถูกเอาเปรียบ และช่วยให้ค่าแรงเป็นธรรมสำหรับลูกจ้างได้ด้วย 2. นอกจากค่าแรงแล้วสวัสดิการส่วนอื่นที่แรงงานควรได้รับการคุ้มครองมีอะไรบ้าง เช่น สิทธิวันลา สวัสดิการความคุ้มครอง เป็นต้น
ฉันทมติค่าไฟ: รื้อโครงสร้างพลังงาน ส่งเสริมโซลาร์เซลล์
ราคาค่าไฟเป็นปัญหาปากท้องที่มักถูกพูดถึงอยู่เสมอ เพราะพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำรงชีวิตยุคปัจจุบัน ค่าไฟจึงเหมือนรายจ่ายจำเป็นของทุกบ้าน ที่ผ่านมา ‘ค่าไฟแพง’ ก็เป็นประเด็นทางการเมืองหลายต่อหลายครั้ง เพราะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนแทบทุกกลุ่ม โดยรัฐบาลก็มักจะมีวิธีแก้ไขปัญหาด้วยการอุดหนุน หรือยืดเวลาการชำระหนี้กับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตออกไปก่อน[40]PostToday. (กันยายน 6, 2566). “นโยบายลดค่าไฟ ครม.เศรษฐา 1 คาดใช้เงิน 1.5 หมื่นล.”. สืบค้นจาก: https://www.posttoday.com/business/699162 วิธีการนี้สามารถปรับลดราคาค่าไฟฟ้าต่อหน่วยลงได้อย่างรวดเร็วก็จริง แต่ก็เป็นวิธีการที่ไม่ยั่งยืนและมีภาระต้นทุนที่รัฐบาลต้องจ่ายสูง และการอุดหนุนค่าไฟเช่นนี้ยังสร้างความเหลื่อมล้ำด้วย เนื่องจากนโยบายที่อุดหนุนราคาค่าไฟทุกหน่วยเท่ากัน จะทำให้ผลประโยชน์และเงินอุดหนุนตกไปที่ครัวเรือนรายได้สูงและกิจการขนาดใหญ่เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่ากลุ่มที่รายได้น้อยและกิจการขนาดเล็ก[41]กษิเดช คำพุช. (2566). “ลดค่าไฟ นโยบายช่วยคนรวย”. สืบค้นจาก: https://101pub.org/regressive-electricity-subsidy/
ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้พรรคการเมืองต่างนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ปัญหาค่าไฟ โดยแข่งขันกันนำเสนอตัวเลขค่าไฟต่อหน่วยต่ำที่สุด ตั้งแต่หน่วยละ 3.70 บาท[42]พรรคเพื่อไทย. (2568). “ลดค่าไฟฟ้า 3.70 บาท”. สืบค้นจาก: https://election.ptp.or.th/policy/123 ลงไปจนถึงหน่วยละ 3 บาท[43]พรรคภูมิใจไทย. (2568). “ค่าไฟต่ำสามบาท”. สืบค้นจาก: https://election.bhumjaithai.com/posts/df28bb98-fcca-49e4-997d-50b333a124a7
ปัญหาค่าไฟแพงที่พรรคประชาชน[44]พรรคประชาชน เขียนว่าในแผนไปสู่ตลาดไฟฟ้าเสรีระยะแรกต้องปรับโครงสร้างราคาเชื้อเพลิง ที่มาจาก พรรคประชาชน. (2568). ประชาชนเลือกผู้ขายไฟได้เอง … Continue reading พรรคเพื่อไทย[45]พรรคเพื่อไทย. (2568). “ลดค่าไฟฟ้า 3.70 บาท”. สืบค้นจาก: https://election.ptp.or.th/policy/123 พรรครวมไทยสร้างชาติ[46]พรรครวมไทยสร้างชาติ. (2568). “นโยบาย”. สืบค้นจาก: “https://www.unitedthaination.or.th/policy พรรคประชาธิปัตย์[47]พรรคประชาธิปัตย์. (2569). “ค่าไฟฟ้า 3.50 บาท ไม่ใช้เงินภาษี ประเทศไทยศูนย์กลางพลังงานสะอาดแห่งอาเซียน”. สืบค้นจาก: https://www.democrat.or.th/ค่าไฟฟ้าไม่ใช้เงินภาษี ตั้งเป้าหมายจะแก้ไขร่วมกันก็คือ ‘โครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ’ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตไฟฟ้าของไทย ให้มีราคาถูกลง เป็นธรรม พร้อมทั้งลดความผันผวนได้ เนื่องจากที่ผ่านมาความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาค่าไฟ อย่างไรก็ตามวิธีการในประเด็นดังกล่าวก็มักจะพูดไว้เพียงกว้างๆ ว่ากระจายการจัดหาพลังงานไปยังแหล่งใหม่ๆ[48]พรรคเพื่อไทย. (2568). “ลดค่าไฟฟ้า 3.70 บาท”. สืบค้นจาก: https://election.ptp.or.th/policy/123 หรือ ปรับโครงสร้างราคาให้เป็นธรรม[49]พรรคประชาชน. (2568). ประชาชนเลือกผู้ขายไฟได้เอง สืบค้นจาก https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/D-7-1 ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะดำเนินการอย่างไร
อีกแนวทางก็คือการหันไปใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ ที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคการเมืองต่างก็ข้อเสนอ อาทิ พรรคประชาชน มีนโยบายให้ประชาชนที่ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่ใช้งาน สามารถขายคืนให้รัฐได้ในราคาที่เป็นธรรม พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสเข้าถึงการใช้งานโซลาร์เซลล์มากขึ้น ผ่านการผ่อนชำระค่าโซลาร์เซลล์ผ่านบิลค่าไฟแทน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนด้วยเงินก้อนในคราวเดียว[50]พรรคประชาชน. (2568). “ไฟฟ้าประชาชน เปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นเงิน”. สืบค้นจาก: https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/D-7-5
เช่นเดียวกัน พรรคเพื่อไทย[51]พรรคเพื่อไทย. (2568). “นโยบายปลดล็อกพลังงานสะอาด”. สืบค้นจาก: https://election.ptp.or.th/policy/122 พรรครวมไทยสร้างชาติ[52]พรรครวมไทยสร้างชาติ. (2568). “นโยบาย”. สืบค้นจาก: “https://www.unitedthaination.or.th/policy และพรรคประชาธิปัตย์[53]พรรคประชาธิปัตย์. (2569). “ค่าไฟฟ้า 3.50 บาท ไม่ใช้เงินภาษี ประเทศไทยศูนย์กลางพลังงานสะอาดแห่งอาเซียน”. สืบค้นจาก: https://www.democrat.or.th/ค่าไฟฟ้าไม่ใช้เงินภาษี ก็ต้องการจะเปิดเสรีโซลาร์รูฟท็อป และขายไฟฟ้าส่วนเกินในราคาที่เป็นธรรม ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เสนอนโยบายให้ติดโซลาร์เซลล์แบบชุมชน[54]พรรคภูมิใจไทย. (2568). “ค่าไฟต่ำสามบาท”. สืบค้นจาก: https://election.bhumjaithai.com/posts/df28bb98-fcca-49e4-997d-50b333a124a7 แทนที่จะเป็นระดับครัวเรือน
นโยบายส่งเสริมโซลาร์เซลล์นั้นส่วนหนึ่งเป็นชุดนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายค่าไฟของประชาชนลง และอีกส่วนก็ยังเป็นการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานไปสู่พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้นด้วย และการตื่นตัวของพรรคการเมืองทุกฝ่ายนั้นก็เป็นสัญญาณที่ดีในเรื่องนี้ แต่การส่งเสริมให้ใช้โซลาร์เซลล์นั้นจะทำอย่างลอยๆ ไม่ได้ เพราะจำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าที่ผลิตด้วยพลังงานฟอสซิล เพื่อช่วยให้ประชาชนใช้ค่าไฟที่เป็นธรรมและพร้อมที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มตัวในอนาคตด
ถึงแม้พรรคการเมืองต่างๆ ดูเหมือนจะมีฉันทมติผ่านข้อเสนอที่มีแนวทางจะรื้อโครงสร้างราคาพลังงานและส่งเสริมโซลาร์เซลล์ แต่การที่จะดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงนั้นตัวนโยบายก็ควรจะต้องมีความชัดเจนและจริงจัง พร้อมทั้งมาตรการเหล่านี้ยังต้องอาศัยความตั้งใจจริงทางการเมืองอย่างมาก เนื่องจากอาจต้องขัดแย้งกับกลุ่มทุนพลังงานที่จะเสียผลประโยชน์ หากพรรคการเมืองต่างๆ ไม่มีความตั้งใจจริงมากพอก็อาจจะไม่สามารถทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านพลังงาน และทำให้ประชาชนใช้พลังงานในราคาที่เป็นธรรมได้อย่างแท้จริง
นโยบาย SME ไทยในเลือกตั้งปี 69: สร้างหลุมหลบภัยท่ามกลางมรสุมโลก
เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญมรสุมลูกใหญ่ ที่ไม่ได้มีแค่กำลังซื้อในประเทศอ่อนแรง แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงจากภาษีการค้าสหรัฐ การทุ่มตลาดและสินค้าราคาถูกจากจีน และความไม่แน่นอนทางการเมืองไทย ในอีกด้าน สัญญาณเปราะบางฝั่งสินเชื่อภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมถูกพูดถึงบ่อยขึ้นในงานวิเคราะห์เชิงนโยบายของหน่วยงานเศรษฐกิจไทย[55]สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2568). เอกสารประกอบการประชุมสัมมนาวิชาการของสายงานเศรษฐกิจมหภาคฯ ประจำปี 2568: … Continue reading
SME ไทยซึ่งเป็นฐานรากของระบบเศรษฐกิจทั้งในเชิงจำนวนกิจการ (มากกว่า 3 ล้านราย) และบทบาทด้านการจ้างงานและรายได้ของครัวเรือนทั่วประเทศ[56]สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.). (2567). ชุดข้อมูลวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME). OSMEP Open Data. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569, จาก … Continue reading ซึ่งมีปัญหาขีดความสามารถอยู่แล้ว ก็ยิ่งเจอความท้าทายต่อความอยู่รอดหนักหนายิ่งขึ้นไปอีก และจะสั่นคลอนต่อเศรษฐกิจฐานรากของทั้งประเทศ ซึ่งทำให้เกิดเสียงเรียกร้องต่อการสร้าง ‘หลุมหลบภัย’ ให้รอดต่อมรสุมไปได้
ที่ผ่านมา มีความพยายามใช้นโยบายส่งเสริม SME ตั้งแต่มาตรการ ‘ช้อปดีมีคืน’ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับ SMEs ของ BOI เพื่อยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยผ่านแรงจูงใจทางภาษี แต่ผลลัพธ์ยังไม่บรรลุเป้าหมายมากนัก โดยมาตรการช้อปดีมีคืนมุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายภาพรวม แต่กลไกไม่เอื้อต่อวิสาหกิจขนาดเล็ก เพราะการเข้าสู่ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์และบัญชีเดียวทำได้ยาก และธุรกิจมีความกังวลเรื่องภาษีย้อนหลัง ส่วนมาตรการ BOI แม้มีสิทธิประโยชน์ เช่น ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับวงเงินลงทุน แต่ติดข้อจำกัดว่าเกณฑ์เทคโนโลยีและเงื่อนไขหลายอย่างไม่สอดคล้องกับบริบท SME จำนวนมากที่มีขนาดเล็ก ขั้นตอนขอรับสิทธิซับซ้อนและล่าช้า ทำให้มูลค่าลงทุนของโครงการ SMEs ที่ขอรับส่งเสริมคิดเป็นเพียง 4% ของมูลค่าการลงทุนที่ขอรับการส่งเสริมทั้งหมดกับ BOI[57]จิรากรณ์ แผลงประพันธ์, ชาคร เลิศทัศน์กิณี, และ วรวิทย์ ปิโยระนันท์. (2568). การประมวลผลงานส่งเสริม MSME ตามนโยบายรัฐ, รายงานทีดีอาร์ไอ ฉบับที่ 223. … Continue reading นวัตกรรมเชิงนโยบายอย่างมาตรการ ‘คนละครึ่ง’ ดูจะถูกนำมาขยายผลทำภาคต่อในชื่อ ‘พลัส’ หรือ ‘ยิ่งกว่าพลัส’ เพราะได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้อย่างดี แม้จะมีคำถามติงมาว่ายอดการใช้จ่ายกว่า 40% ตกอยู่กับบริษัทห้างร้านขนาดใหญ่ในกลุ่ม 5% บน งานวิจัยก่อนหน้าจึงเสนอให้กำหนดเพดานสนับสนุนสูงสุดที่ร้านค้าแต่ละรายสามารถได้รับ รวมถึงพยายามขยายฐานผู้ประกอบการที่ตกหล่น โดยเฉพาะผู้ประกอบการนอกระบบที่มีต้นทุนสูงกว่าในการเข้าร่วมโครงการ[58]ณัฐพล เลิศเมธาพัฒน์, นฎา วะสี, อธิภัทร มุทิตาเจริญ, และ พิทวัส พูนผลกุล. (2568). มองผู้ประกอบการรายย่อยนอกระบบผ่านโครงการ ‘คนละครึ่ง’. PIER aBRIDGEd. … Continue reading
คำถามสำคัญในช่วงเลือกตั้งปี 69 นี้จึงไม่ใช่แค่ว่า ‘ใครมีมาตรการช่วย’ แต่คือ ‘ช่วยแบบไหน’ ให้เป็นธรรม และแรงพอที่จะจูงใจให้กลุ่ม SME ที่มีความหลากหลายอย่างมากมาเข้าร่วมโครงการ และ ‘ช่วยแล้วพาไปสู่การแข่งขันระยะยาวได้หรือไม่’
ถ้ามองนโยบายจากเอกสารนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาของแต่ละพรรคที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถจัด ‘หลุมหลบภัย’ ของแต่ละพรรคได้แบบกว้างๆ ตามเครื่องมือที่ใช้
ส่งเสริมตลาดช่วยให้เงินหมุน
กลุ่มนโยบายที่เน้นให้ขายได้และพยุงกระแสเงินสดปรากฏในหลายพรรค แต่ใช้เครื่องมือแตกต่างกัน พรรคภูมิใจไทยเสนอ ‘คนละครึ่ง พลัส’ใช้กลไกสมทบค่าใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลเพื่อพยุงกำลังซื้อและเพิ่มเงินหมุนเวียนไปยังร้านค้าและรายย่อย ขณะที่พรรคประชาชนเสนอแนวคิด ‘สร้างแต้มต่อ’ ให้ SME ผ่านมาตรการลักษณะคนละครึ่งควบคู่กับ ‘หวยใบเสร็จ’ เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกซื้อจากร้านค้าที่เข้าสู่ระบบมากขึ้น โดยแนวคิด ‘หวยใบเสร็จ’ ยังถูกวางเป็นเครื่องมือในชุดนโยบาย ‘ยกระดับธุรกิจไทยด้วย Digital & AI’ ด้วย ส่วนพรรคเพื่อไทยมีนโยบายแนวคนละครึ่งที่เรียกว่า ‘ยิ่งกว่าพลัส’ พร้อมเลือกใช้เครื่องมือทางภาษี โดยเสนอ ‘ซื้อลดหย่อนภาษี’ สำหรับการซื้อสินค้าและบริการจาก SME หรือ Startups เพื่อกระตุ้นการเชื่อมต่อในห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และเพิ่มตลาดให้รายย่อย[59]เอกสารนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาของแต่ละพรรคที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ … Continue reading
รัฐเป็นลูกค้า-รัฐเป็นผู้ค้ำ
อีกแนวทางคือให้รัฐเป็นผู้ซื้อรายสำคัญ หรือตัวช่วยลดความเสี่ยง เพื่อให้รายย่อยเข้าถึงตลาดและทุนได้ง่ายขึ้น พรรคเพื่อไทยเสนอให้ ‘รัฐเป็นลูกค้าของ SME’ ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างหรือกติกาที่เอื้อต่อรายย่อย พร้อมกับเสนอการปรับบทบาท สถาบันค้ำประกันสินเชื่อ (NaCGA) เพื่อช่วยให้ SME เข้าถึงทุนมากขึ้น ในฝั่งพรรคประชาธิปัตย์เสนอ ‘Made in Thailand First (MiT)’ โดยเน้นปรับเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้างให้ให้ความสำคัญกับคุณภาพและแหล่งกำเนิด เพิ่มสัดส่วนจัดซื้อสินค้า MiT และมีแนวคิด Open e-Catalog เพื่อให้หน่วยงานรัฐและเอกชนเลือกซื้อสินค้าไทยได้สะดวกขึ้น ขณะที่พรรคประชาชนในชุด ‘ยกระดับธุรกิจไทยด้วย Digital & AI’ วางบทบาทรัฐผ่านการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศ และเสนอให้ซื้อบริการดิจิทัลของคนไทยก่อน เพื่อสร้างฐานตลาดให้สตาร์ทอัพไทย[60]พรรคประชาชน. (ม.ป.ป.). ยกระดับธุรกิจไทยด้วย Digital & AI. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569, จาก https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/D-3-2-01
เข้าถึงตลาด เพิ่มอำนาจต่อรองในโลกออนไลน์
ในยุคที่รายย่อยถูกบีบทั้งจากต้นทุนและการแข่งขันบนแพลตฟอร์ม การสร้างช่องทางตลาดและอำนาจต่อรองในโลกออนไลน์จึงกลายเป็นอีกหลุมหลบภัยสำคัญ พรรคเพื่อไทยเสนอ ‘e-commerce สัญชาติไทย’ เพื่อเป็นแพลตฟอร์มช่วยผู้ประกอบการและชุมชนเข้าถึงตลาด (รวมถึงต่างประเทศ) และลดต้นทุนบางส่วน เช่น ค่าธรรมเนียมและค่าขนส่ง ส่วนพรรคประชาชนต้องการแก้ปัญหาแพลตฟอร์มขนาดใหญ่และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และระบุแนวทางใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้ามากำกับเพื่อไม่ให้เกิดการทุ่มตลาด ตัดราคา หรือเอาเปรียบ SME
สร้างระบบนิเวศธุรกิจกระจายโอกาส
นอกจากเครื่องมือด้านอุปสงค์และกติกาตลาดแล้ว ยังมีนโยบายที่มุ่งสร้าง ‘ระบบนิเวศ’ และกระจายโอกาสไปสู่ภูมิภาค พรรคเพื่อไทยเสนอ ‘เขตเศรษฐกิจพิเศษแบบกระจาย’ และ ‘1 อำเภอ 1 สตาร์ทอัพ’ เพื่อผลักดันการลงทุน งาน และธุรกิจใหม่ในพื้นที่ต่างจังหวัดตาม พรรคประชาธิปัตย์เสนอ ‘Super Licensing’ เพื่อลดจำนวนและขั้นตอนการขออนุญาตให้เป็นจุดเดียวครอบทุกหน่วยงาน ลดต้นทุนเวลาและลดช่องทางทุจริต พร้อมทั้งมีแนวคิดแปลงสินทรัพย์สู่ดิจิทัล (Real World Asset (RWA) Tokenization) เพื่อขยายช่องทางการระดมทุนและเข้าถึงทุนผ่านโครงสร้างดิจิทัล ขณะที่พรรคประชาชนในชุด Digital & AI ยังผูกแนวคิด ‘รัฐซื้อของไทยเพื่อแก้ปัญหาประเทศ’ ใช้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นเครื่องมือสร้างอุตสาหกรรมใหม่ซึ่งอาจมีส่วนช่วยปรับระบบนิเวศของ SME ได้ด้วย
จาก ‘กันกระแทก’ ระยะสั้น สู่ ‘ผลิตภาพ’ ระยะยาว
มาตรการพยุงกำลังซื้อหรือทำให้รัฐช่วยซื้อ ช่วยค้ำ ช่วยลดต้นทุน ทั้งหมดจำเป็นในภาวะมรสุม เพราะช่วยให้ธุรกิจไม่ล้มก่อน แต่คำถามเชิงยุทธศาสตร์คือ หลุมหลบภัยเหล่านี้จะต่อท่อไปสู่การยกระดับผลิตภาพและความสามารถแข่งขันได้แค่ไหน มิฉะนั้นการอุดหนุนจะกลายเป็นการช่วย ‘อุ้ม’ ไปเรื่อยโดยไม่มีเส้นชัย
จุดที่ชัดและเป็นระบบในเอกสารนโยบายที่ปรากฏ คือการทำให้การช่วยเหลือถูกผูกเข้ากับการปรับตัวเชิงเทคโนโลยีของ SME โดยตรง อย่างชุดนโยบาย ‘ยกระดับธุรกิจไทยด้วย Digital & AI’ ของพรรคประชาชนที่ระบุเครื่องมือชัดเจน (ซอฟต์แวร์บัญชี POS ระบบจ่ายเงินออนไลน์ ไปจนถึง การใช้ AI) พร้อมมาตรการจูงใจใช้บริการดิจิทัลของคนไทย (Thai First) ผ่านการลดภาษี คูปอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินกู้ และใช้ ‘หวยใบเสร็จ’ เป็นแรงจูงใจให้ร้านค้าเข้าสู่ระบบภาษี
อีกด้าน พรรคประชาชนยังชี้เป้า ‘เทคโนโลยีภาคการผลิตต้นน้ำ’ ในมุมเกษตรและห่วงโซ่อุปทาน เช่น การส่งเสริมเทคโนโลยีเก็บรักษา โลจิสติกส์ แปรรูป ซึ่งสะท้อนความพยายามยกระดับขีดความสามารถเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่กระตุ้นยอดขายระยะสั้น[61]พรรคประชาชน. (ม.ป.ป.). ส่งเสริมเทคโนโลยีเก็บรักษา โลจิสติกส์ แปรรูป. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569, จาก https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/C-5-1-05/
หลุมหลบภัยที่ดี ต้องมี ‘ทางออก’ ไม่ใช่แค่ ‘ทางเข้า’
ข้อเท็จจริงที่งานวิจัยและข้อมูลสินเชื่อชี้ตรงกันมานานคือ SME ไทยมีความ ‘หลากหลายมาก’ ทั้งรูปแบบการจัดตั้ง ภาคธุรกิจ ขนาดสินเชื่อ และความเสี่ยง นโยบายแบบ one size fits all จึงมักพลาดเป้า[62]นฎา วะสี, ชมพูนุท มนต์ชัยตระกูล, มานิตา รัตนสัจธรรม, พรชนก บำรุงเรือน, และ กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์. (2561). มุมมองสินเชื่อธุรกิจไทยจากข้อมูลรายสัญญา … Continue reading หลุมหลบภัยที่ดีในปี 69 ต้องทำสองอย่างพร้อมกัน: (1) กันกระแทกให้ธุรกิจอยู่รอดในช่วงมรสุมอย่างเท่าเทียมไม่ให้การส่งเสริมตกอยู่กับธุรกิจใหญ่มากเกินไป และ (2) วางทางออกให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้นผ่านผลิตภาพ เทคโนโลยี กติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม และการเข้าถึงตลาดและเงินทุนอย่างยั่งยืน
สุดท้าย หากเทคโนโลยี AI จะเป็นหัวใจของการยกระดับ SME นโยบายควรระวังการส่งเสริมเทคโนโลยีที่ ‘ทดแทนแรงงาน’ แบบตรงๆ จนกลายเป็นตัวเร่งความเหลื่อมล้ำในระยะยาว แต่ควรมุ่งไปที่เทคโนโลยีที่ ‘เสริมแรงงาน’ ให้ทำงานได้ดีขึ้น ลดงานเอกสาร เพิ่มยอดขาย เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดตลาดใหม่ เพื่อให้หลุมหลบภัยของ SME ไม่ใช่ที่ซ่อนตัวชั่วคราว แต่เป็นฐานที่มั่นของระบบเศรษฐกิจไทยให้เจ้าของธุรกิจและแรงงานลูกจ้างได้ประโยชน์ไปด้วยกัน
- อ่านบทความตอนที่ 1: รัฐไทยจะถูกอัพเกรด?
- อ่านบทความตอนที่ 2: คุณภาพชีวิตคนไทยจะดีขึ้น?
| ↑1 | สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2568). “รายงานภาวะสังคมไตรมาส 3 พ.ศ.2568”. |
|---|---|
| ↑2 | พรรคเพื่อไทย. (2568, 29 ธันวาคม). “‘เพื่อไทย’ ชู ‘นโยบายล้างหนี้’ 1 แพคเกจ 5 มาตรการ ฟื้นชีวิตคนเป็นหนี้ คืนศักดิ์ศรีให้คนไทย”. สืบค้นจาก: https://www.facebook.com/pheuthaiparty/posts/https://www.facebook.com/pheuthaiparty/posts/pfbid033yNjfFwX87xnLdCU5hiAnmFMC16UuGiXQ5Z1we4jJGAeun5mpbFE9HxrgaSFCV5vl |
| ↑3 | วงเงินเบื้องต้นของแต่ละนโยบายที่ระบุไว้คือ ล้างหนี้วัยเกษียณ 4,000 ล้านบาท นโยบายพักหนี้เกษตรกร 15,000 ล้านบาท(ต่อปี) นโยบายล้างหนี้นอกระบบ 6,000 ล้านบาท และนโยบายผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด 30,000 ล้านบาท โดยนโยบายล้างหนี้ประชาชน ในเอกสารระบุว่า จะใช้กลไกลดเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่มา กกต. (2569). “เอกสารนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรเการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พรรคเพื่อไทย” |
| ↑4 | พรรคประชาชน. (2568). “แก้หนี้สิน คืนชีวิตใหม่เกษตรกรไทย”. สืบค้นจาก: https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/C-5-3/ |
| ↑5 | วศินี สุขเสมอ. (2569). “นากรีนไม่ไปไหน เพราะนโยบายพัฒนาทักษะไม่ตอบโจทย์?”. สืบค้นจาก: https://101pub.org/upskill-for-green-farming/ |
| ↑6 | ประชาชาติธุรกิจ. (2568, 28 สิงหาคม). “ธปท.จี้ลูกหนี้เข้า ‘คุณสู้เราช่วย’ ชี้อุปสรรคสำคัญ ‘ตามตัวไม่เจอ-ติดต่อไม่ได้’” สืบค้นจาก: https://www.prachachat.net/finance/news-1872361 |
| ↑7 | ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ้งภากรณ์. (2568, 24 พฤศจิกายน). ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ นำเสนอในหัวข้อ “Designing Debt Policies that Work: Insights from flexible debt relief and last-mile behavioral experiments” ในงานสัมมนา “ข้อมูลเครดิต พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2 ทศวรรษ”. สืบค้นจาก: https://www.pier.or.th/announcements/2025/1103/ |
| ↑8 | พรรคประชาธิปัตย์. (2569). “ซื้อหนี้เกษตรกร และฟื้นฟูการทำการเกษตร ด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปลี่ยน การพักหนี้ เป็น การซื้อหนี้คืน เพื่อหยุดวงจรหนี้อย่างยั่งยืน”. สืบค้นจาก: https://www.democrat.or.th/กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร. อย่างไรก็ตามในชุดนโยบายก็ยังมีการตั้งกองทุนให้กู้และการประกันทรัพย์สินที่ค้ำประกันไว้ของเกษตรกรระหว่างเข้าโครงการหนี้ และการพัฒนาทักษะด้วย |
| ↑9 | โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ในระยะถัดไปน่าจะดำเนินการกับกลุ่มลูกหนี้ธนาคารเฉพาะกิจ ซึ่งหมายรวมถึงลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งย่อมรวมถึงลูกหนี้กลุ่มเกษตรกรด้วย ที่มา พรเพ็ญ สดศรีชัย. (25 พฤศจิกายน 2568). คอลัมน์แจงสี่เบี้ย “เปิดตัวโครงการดี … “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”. สืบค้นจาก: https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/article-20251125.html |
| ↑10 | พรรคไทยสร้างไทย. (2568). “นโยบายแก้หนี้ – เติมทุน – ลดรายจ่าย – ขจัดอุปสรรค”. สืบค้นจาก: https://thaisangthai.org/party-policy/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ad/ |
| ↑11 | ดูเพิ่มเติม: กองบรรณาธิการ 101 PUB, “ประเมินนโยบายเลือกตั้ง 69 จะพาคนไทย ‘หก’ หรือ ‘ก้าว’ รัฐไทยจะถูกอัพเกรด?,” 101 Public Policy Think Tank, 16 มกราคม 2026, https://101pub.org/2026-policy-evaluation-ep1/ (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). |
| ↑12 | พรรคเพื่อไทย, “พักหนี้-คืนชีวิตเกษตรกร,” พรรคเพื่อไทย, https://election.ptp.or.th/policy/95 (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). |
| ↑13 | พรรคเพื่อไทย, “ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%,” พรรคเพื่อไทย, https://election.ptp.or.th/policy/116 (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). |
| ↑14 | ประชาธิปัตย์, “ซื้อหนี้เกษตรกร และฟื้นฟูการทำการเกษตร ด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปลี่ยน การพักหนี้ เป็น การซื้อหนี้คืน เพื่อหยุดวงจรหนี้อย่างยั่งยืน,” ประชาธิปัตย์, https://www.democrat.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3/ (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). |
| ↑15 | ประชาธิปัตย์, “ประกันรายได้ ประกันรายได้ตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนเก็บเกี่ยว,” ประชาธิปัตย์, https://www.democrat.or.th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/ (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). |
| ↑16 | พรรครวมไทยสร้างชาติ, “เด็ดขาดแก้วิกฤตพลิกโฉมประเทศ,” พรรครวมไทยสร้างชาติ, https://www.xn--42cgj8bh4bwjfabd2c5b4hc9azxpd.net/policy (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). |
| ↑17 | พรรคประชาชน, “แก้หนี้สิน คืนชีวิตใหม่เกษตรกรไทย,” พรรคประชาชน, https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/C-5-3/ (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). |
| ↑18 | โสมรัศมิ์ จันทรัตน์, ลัทธพร รัตนวรารักษ์ และชญานี ชวะโนทย์, “กับดักหนี้ กับการพัฒนาเศรษฐกิจการเงินครัวเรือนฐานราก: นัยต่อการแก้หนี้ และการออกแบบระบบการเงินฐานรากเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน,” PIER Abridged, 20 ตุลาคม 2022, https://www.pier.or.th/abridged/2022/15/ (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026). |
| ↑19 | วรดร เลิศรัตน์, “หยุดขุดหลุมฝังประเทศด้วย ‘เงินอุดหนุนเกษตรกร’ แบบเดิมๆ,” 101 Public Policy Think Tank, 11 มกราคม 2023, https://101pub.org/farmer-income-support-reform/ |
| ↑20 | The Active, “นโยบายพักหนี้เกษตรกร เป็นแค่ยาชาที่รอการผ่าตัดใหญ่,” the Active Thai PBS, 13 ธันวาคม 2023 https://theactive.thaipbs.or.th/data/debt-break-policy |
| ↑21 | ดูเพิ่มเติม: วศินี สุขเสมอ, “นากรีนไม่ไปไหน เพราะนโยบายพัฒนาทักษะไม่ตอบโจทย์?,” 101 Public Policy Think Tank, 25 ธันวาคม 2025, https://101pub.org/upskill-for-green-farming/?fbclid=IwY2xjawPn1TZleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFpc0pIRTFZWjJ3WWtNRFgwc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHjnGeo9XTbeNsK8DHdGdbydNVV4UQHHMlixYWrMfHtSnLD2zJ2_LtNapZjz__aem_auj6SkxcDtk1hvvnafTIOw |
| ↑22 | พรรคประชาชน, “การจัดการดินและปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต,” พรรคประชาชน, (เข้าถึงเมื่อ 29 มกราคม 2026).
https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/C-5-2-04 |
| ↑23 | ในการเลือกตั้งปี 2562 อ่านเพิ่มเติมใน ณัฐพล เมฆโสภณ. 2565. ย้อนดูแต่ละพรรคการเมือง สหภาพแรงงาน และนักวิชาการ เคยเสนอค่าแรงขั้นต่ำที่เท่าไร. ประชาไท. URL: https://prachatai.com/journal/2022/12/101891 |
| ↑24 | โดยเสนอว่าจะปรับขึ้นทันทีเมื่อได้เป็นรัฐบาลในช่วงการเลือกตั้งปี 2566 อ่านเพิ่มเติมใน ณัฐพล เมฆโสภณ. 2565. ย้อนดูแต่ละพรรคการเมือง สหภาพแรงงาน และนักวิชาการ เคยเสนอค่าแรงขั้นต่ำที่เท่าไร. ประชาไท. URL: https://prachatai.com/journal/2022/12/101891 |
| ↑25 | ในการเลือกตั้งปี 2566 โดยจะทำให้ถึงภายในปี 2570 อ่านเพิ่มเติมใน ณัฐพล เมฆโสภณ. 2565. ย้อนดูแต่ละพรรคการเมือง สหภาพแรงงาน และนักวิชาการ เคยเสนอค่าแรงขั้นต่ำที่เท่าไร. ประชาไท. URL: https://prachatai.com/journal/2022/12/101891 |
| ↑26 | ไทยรัฐ. 2568. ฟังจุดยืนเรื่อง “ค่าแรง” แต่ละพรรคมีนโยบายอย่างไร | 23 ธ.ค. 68. Youtube. URL: https://www.youtube.com/watch?v=Fgk5IeuTu3o |
| ↑27 | พรรคเพื่อไทย. 2569. 1 อำเภอ 1 สตาร์ตอัพ. URL: https://election.ptp.or.th/policy/87 |
| ↑28 | พรรคเพื่อไทย. 2569. ตั้งสถาบันคำประกันสินเชื่อ (NaCGA). URL: https://election.ptp.or.th/policy/125 |
| ↑29 | พรรคเพื่อไทย. 2569. ทุน ODOS. URL: https://election.ptp.or.th/policy/118 |
| ↑30 | พรรคเพื่อไทย. 2569. AI for All เรียนทันโลก. URL: https://election.ptp.or.th/policy/89 |
| ↑31 | พรรคภูมิใจไทย. 2569. จีดีพีโต 3% พลัส. URL: https://election.bhumjaithai.com/posts/c9d89309-bb28-46f2-a2c4-edebbaf4b520 |
| ↑32, ↑33 | พรรคภูมิใจไทย. 2569. เรียนฟรีต้องมีจริง. URL: https://election.bhumjaithai.com/posts/4c0ba357-308c-4955-9d0c-32dc2741625f |
| ↑34 | สรวิศ มา, ศุภณัฎฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์, ฉัตร คำแสง. 2024. เศรษฐกิจโตช้าไป หรือเราหวังไว้มากเกิน?. 101PUB. URL: https://101pub.org/over-optimistic-forecast-gdp/ |
| ↑35 | Sasiwimon Warunsiri Paweenawat and Lusi Liao. 2022. Brain over Brawn: Job Polarization, Structural Change, and Skill Prices. PIER. URL: https://www.pier.or.th/files/dp/pier_dp_189.pdf |
| ↑36 | พรรคประชาธิปัตย์. 2569. ประกันรายได้ผู้ใช้แรงงาน รัฐจ่ายส่วนต่าง. URL: https://www.democrat.or.th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/ |
| ↑37 | เช่น เอาอัตราสมทบมาคูณทำให้ผลิตภาพแรงงานที่เพิ่มขึ้นไม่ทำให้ค่าแรงเพิ่มในสัดส่วนเดียวกัน เป็นต้น อ่านเพิ่มเติมได้ใน ฉัตร คำแสง. 2023. เปิดสูตรปรับค่าแรงขั้นต่ำ: นี่เราคำนวณผิดกันมาตลอด?. 101PUB. URL: https://101pub.org/incorrect-minimum-wage-formula/ |
| ↑38 | https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/D-4-1-01 |
| ↑39 | ถึงแม้ว่าผลิตภาพแรงงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้นมาตลอด แต่ค่าจ้างขั้นต่ำที่แท้จริง (หักเงินเฟ้อ) แทบไม่ขึ้นเลย สิ่งนี้อาจสะท้อนว่าแรงงานไม่มีอำนาจในการต่อรองค่าแรง อ่านเพิ่มเติมได้ใน กษิดิ์เดช คำพุช. 2022. ยกระดับค่าจ้างขั้นต่ำไทย ให้ไปถึงค่าจ้างเพื่อชีวิต. 101PUB. URL: https://101pub.org/minimum-wage-to-living-wage/ |
| ↑40 | PostToday. (กันยายน 6, 2566). “นโยบายลดค่าไฟ ครม.เศรษฐา 1 คาดใช้เงิน 1.5 หมื่นล.”. สืบค้นจาก: https://www.posttoday.com/business/699162 |
| ↑41 | กษิเดช คำพุช. (2566). “ลดค่าไฟ นโยบายช่วยคนรวย”. สืบค้นจาก: https://101pub.org/regressive-electricity-subsidy/ |
| ↑42, ↑45, ↑48 | พรรคเพื่อไทย. (2568). “ลดค่าไฟฟ้า 3.70 บาท”. สืบค้นจาก: https://election.ptp.or.th/policy/123 |
| ↑43, ↑54 | พรรคภูมิใจไทย. (2568). “ค่าไฟต่ำสามบาท”. สืบค้นจาก: https://election.bhumjaithai.com/posts/df28bb98-fcca-49e4-997d-50b333a124a7 |
| ↑44 | พรรคประชาชน เขียนว่าในแผนไปสู่ตลาดไฟฟ้าเสรีระยะแรกต้องปรับโครงสร้างราคาเชื้อเพลิง ที่มาจาก พรรคประชาชน. (2568). ประชาชนเลือกผู้ขายไฟได้เอง สืบค้นจาก https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/D-7-1 |
| ↑46, ↑52 | พรรครวมไทยสร้างชาติ. (2568). “นโยบาย”. สืบค้นจาก: “https://www.unitedthaination.or.th/policy |
| ↑47, ↑53 | พรรคประชาธิปัตย์. (2569). “ค่าไฟฟ้า 3.50 บาท ไม่ใช้เงินภาษี ประเทศไทยศูนย์กลางพลังงานสะอาดแห่งอาเซียน”. สืบค้นจาก: https://www.democrat.or.th/ค่าไฟฟ้าไม่ใช้เงินภาษี |
| ↑49 | พรรคประชาชน. (2568). ประชาชนเลือกผู้ขายไฟได้เอง สืบค้นจาก https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/D-7-1 |
| ↑50 | พรรคประชาชน. (2568). “ไฟฟ้าประชาชน เปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นเงิน”. สืบค้นจาก: https://election69.peoplesparty.or.th/policy/3/D-7-5 |
| ↑51 | พรรคเพื่อไทย. (2568). “นโยบายปลดล็อกพลังงานสะอาด”. สืบค้นจาก: https://election.ptp.or.th/policy/122 |
| ↑55 | สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2568). เอกสารประกอบการประชุมสัมมนาวิชาการของสายงานเศรษฐกิจมหภาคฯ ประจำปี 2568: เจาะลึกภาวะหนี้สินภาคธุรกิจไทย [เอกสารประกอบการประชุม], จาก https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2025/09/1.2-paper-เจาะลึกหนี้ภาคธุรกิจของไทย.pdf |
| ↑56 | สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.). (2567). ชุดข้อมูลวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME). OSMEP Open Data. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569, จาก https://opendata.sme.go.th/dataset/msme
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.). (2567). การจ้างงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME Employment). GD Catalog. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569, จาก https://gdcatalog.go.th/dataset/gdpublish-msme-employment |
| ↑57 | จิรากรณ์ แผลงประพันธ์, ชาคร เลิศทัศน์กิณี, และ วรวิทย์ ปิโยระนันท์. (2568). การประมวลผลงานส่งเสริม MSME ตามนโยบายรัฐ, รายงานทีดีอาร์ไอ ฉบับที่ 223. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ), จาก https://tdri.or.th/2025/04/wb223/ |
| ↑58 | ณัฐพล เลิศเมธาพัฒน์, นฎา วะสี, อธิภัทร มุทิตาเจริญ, และ พิทวัส พูนผลกุล. (2568). มองผู้ประกอบการรายย่อยนอกระบบผ่านโครงการ ‘คนละครึ่ง’. PIER aBRIDGEd. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569, จาก https://www.pier.or.th/abridged/2025/15/ |
| ↑59 | เอกสารนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาของแต่ละพรรคที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ และ กกต. https://drive.google.com/drive/folders/1gms4x8bt6e7IB0ZxLHjq8nA7na2AEr9Y?usp=sharing |
| ↑60 | พรรคประชาชน. (ม.ป.ป.). ยกระดับธุรกิจไทยด้วย Digital & AI. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569, จาก https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/D-3-2-01 |
| ↑61 | พรรคประชาชน. (ม.ป.ป.). ส่งเสริมเทคโนโลยีเก็บรักษา โลจิสติกส์ แปรรูป. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569, จาก https://election69.peoplesparty.or.th/policy/4/C-5-1-05/ |
| ↑62 | นฎา วะสี, ชมพูนุท มนต์ชัยตระกูล, มานิตา รัตนสัจธรรม, พรชนก บำรุงเรือน, และ กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์. (2561). มุมมองสินเชื่อธุรกิจไทยจากข้อมูลรายสัญญา ตอนที่ 1. PIER aBRIDGEd. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2569, จาก https://www.pier.or.th/abridged/2018/12/ |