นโยบายสวัสดิการถือเป็นหนึ่งในกลุ่มนโยบายซึ่งถูกสปอตไลท์ฉายเด่นในช่วงหาเสียงเลือกตั้งมากที่สุด ป้ายหาเสียงตามท้องถนนเต็มไปด้วย ‘ตัวเลข’ ซึ่งแต่ละพรรคแข่งขันกันนำเสนอเพิ่ม-ปรับสวัสดิการหลากมิติ เพื่อหวังเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน
ท่ามกลางข้อเสนอหลากหลายนี้ คำถามที่น่าสนใจคือ ‘คนไทยอยากเห็นสวัสดิการรัฐแบบใดกันแน่?’
ก่อนเลือกตั้งวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.) 101 PUB ชวนสำรวจแนวคิด ความต้องการ และความเห็นของประชาชนต่อนโยบายด้านสวัสดิการ จากผลสำรวจเกือบ 7 ตัวอย่างทั่วประเทศ
คนไทยมอง ‘สวัสดิการรัฐ’ เป็นนโยบายสำคัญในการประกัน ‘สิทธิในชีวิตที่ดี’
101 PUB ได้สำรวจแนวคิดและความต้องการนโยบายสาธารณะของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 18 ปีขึ้นไป ผ่านการสำรวจกลุ่มตัวอย่างภาคสนาม 6,146 คนใน 19 จังหวัดในทุกภูมิภาค และการสำรวจออนไลน์ 744 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 8-18 ม.ค. ที่ผ่านมา[1]โดย วรดร เลิศรัตน์, สรงกรณ์ เตชวณิชย์พงศ์, ฉัตร คำแสง, และ ชานนทร์ เตชะสุนทรวัฒน์; 101 PUB จะเผยแพร่ชุดข้อมูลฉบับเต็มต่อไป ผลสำรวจพบว่า 9.5% จัดให้นโยบายด้าน ‘สวัสดิการและสุขภาพ’ เป็นประเด็นนโยบายที่สำคัญที่สุดสำหรับตนเอง
สัดส่วนดังกล่าวสูงสุดเป็นอันดับที่สี่ รองจากนโยบายด้านงานและรายได้ (29.3%), ด้านสิทธิ ความเท่าเทียม และระบบการเมือง (19.3%) และด้านการศึกษา (12.0%) แต่เหนือกว่านโยบายด้านหนี้สิน (8.6%), ด้านเกษตร (7.0%) และด้านการจัดการอาชญากรรม (6.7%) ทั้งนี้ ประชากรที่ไม่ได้อยู่ในช่วงวัยทำงานและมีรายได้ครัวเรือนต่ำกว่า จะมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับนโยบายสวัสดิการมากกว่า
คนไทยเกือบครึ่ง (49.2%) คาดหวังให้สวัสดิการรัฐทำหน้าที่หลักเป็นเครื่องมือ ‘ประกันสิทธิในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี’ ของทุกคนโดยไม่ขึ้นกับฐานะและรายได้ มากกว่าที่จะมุ่งลงทุนในมนุษย์ให้สามารถทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม (33.6%) หรือสงเคราะห์คนลำบากยากจน (17.6%) ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานของระบบสวัสดิการรัฐในปัจจุบัน
การให้ความสำคัญกับสวัสดิการรัฐในฐานะสิทธินี้มีแนวโน้มสูงกว่าในกลุ่มคนรุ่นใหม่-การศึกษาสูง โดยมีสัดส่วนในกลุ่มอายุ 18-29 ปี และกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ 54.2% และ 41.2% ตามลำดับ ขณะที่ในกลุ่มผู้กำลังศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และระดับประถมศึกษาจะอยู่ที่ 53.9% และ 38.2% ตามลำดับ
‘เงินสวัสดิการตามวัย-หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ = นโยบายสวัสดิการสำคัญสุด

ในรายประเด็นสวัสดิการ การจัด ‘เงินสวัสดิการตามช่วงวัยและความเปราะบาง’ อย่างเงินอุดหนุนเด็กเล็กและเบี้ยผู้สูงอายุ กับการพัฒนา ‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “30 บาท รักษาทุกโรค” ถือเป็นนโยบายที่คนไทยเห็นว่าสำคัญในวงกว้างที่สุด (91.9% และ 90.9% ตามลำดับ)
ประเด็นที่คนไทยมองว่าสำคัญเป็นสัดส่วนรองลงมา ได้แก่ การพัฒนาสิทธิประโยชน์และการบริหารจัดการ ‘ประกันสังคม’ (84.0%), การจัดเงินช่วยเหลือคนจนโดยเฉพาะ (76.8%), การนำแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคม (68.5%) และการสนับสนุนให้ทุกคนสามารถมีบ้านทำเล-คุณภาพดีที่ราคา/ค่าเช่าถูก (67.4%) ตามลำดับ
หากให้เลือกประเด็นสำคัญที่สุดได้เพียงประเด็นเดียว ผลสำรวจพบว่า คนไทย 43.9% เลือกการจัด ‘เงินสวัสดิการตามช่วงวัย’ ทิ้งห่างการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ 26.9%
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มรายได้ครัวเรือนต่ำกว่า 20,000 บาท/เดือน กับกลุ่มสูงกว่า 50,000 บาท/เดือน กลุ่มรายได้ต่ำจะให้ความสำคัญกับ ‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ เป็นสัดส่วนมากกว่าประกันสังคม แต่ตรงกันข้าม กลุ่มรายได้สูงกลับให้ความสำคัญกับ ‘ประกันสังคม’ มากกว่า ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงหลักประกันทางสังคม
อีกข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ กลุ่มรายได้สูงกว่า 50,000 บาท/เดือน ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลถึง 89.8% ระบุว่า นโยบายสนับสนุนการมี ‘บ้าน’ เป็นประเด็นสวัสดิการสำคัญ โดยถือเป็นประเด็นสำคัญที่สุดอันดับที่สาม เหนือกว่าเงินตามช่วงวัยด้วยซ้ำ สะท้อนปัญหาการเข้าไม่ถึงบ้านคุณภาพดีในเมืองที่รุนแรง และความต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างกว้างขวาง-เร่งด่วน
อยากเห็นรัฐจัดเงินสวัสดิการให้ ‘ผู้พิการ-ผู้สูงอายุ-ผู้ดูแล’ มากสุด
เมื่อเงินสวัสดิการตามช่วงวัยและความเปราะบางถูกมองเป็นสวัสดิการสำคัญที่สุด คำถามถัดไปคือ วัยและความเปราะบางแบบใดที่คนไทยเห็นว่าควรมีสิทธิรับเงินดังกล่าว?
จากผลสำรวจ คนไทยเห็นว่า ‘ผู้พิการ’ และ ‘ผู้สูงอายุ’ ควรมีสิทธิรับมากที่สุด โดยสัดส่วนผู้เห็นควรสูงถึง 91.7% และ 91.2% ตามลำดับ รองลงมาได้แก่ ผู้ดูแลคนในครอบครัวที่พึ่งตัวเองไม่ได้ เช่น ดูแลผู้ป่วยติดเตียง (82.3%), เด็กวัยเรียน (75.0%), เด็กเล็กหรือผู้ปกครองเด็กเล็ก (72.5%), ผู้มีครรภ์ (62.9%) และผู้ว่างงาน (60.1%)
อย่างไรก็ดี หากให้เลือกช่วงวัยหรือความเปราะบางที่ควรมีสิทธิรับมากที่สุดได้เพียงกลุ่มเดียว คนไทยกลับเลือก ‘ผู้ดูแลคนพึ่งตัวเองไม่ได้’ เป็นสัดส่วนสูงสุดแทนที่ 24.2% แล้วถึงตามมาด้วยผู้สูงอายุที่ 22.4% และผู้พิการที่ 20.1%
การให้ความสำคัญสูงสุดกับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ดูแล นับเป็นฉันทมติร่วมกันในทุกกลุ่มอายุ รายได้ครัวเรือน และถิ่นอาศัย – กลุ่มอายุ 18-29 ปีก็เห็นพ้องว่า รัฐบาลควรจัดเงินสวัสดิการให้คนสามกลุ่มนี้มากที่สุด เหนือกว่าเด็กวัยเรียนหรือผู้ว่างงาน ซึ่งน่าจะเป็นช่วงวัยและความเปราะบางที่ใกล้ตัวพวกเขาเองมากกว่า
อาจกล่าวได้ว่า คนไทยสนับสนุน ‘รัฐสวัสดิการแบบเน้นผู้สูงอายุ’ (pro-elderly welfare state) เพราะผู้พิการและผู้พึ่งพาการดูแลส่วนมากก็เป็นผู้สูงอายุ แถมสวัสดิการสุขภาพที่คนไทยให้ความสำคัญสูงสุดอันดับที่สอง ก็มีผู้สูงอายุเป็นผู้ใช้บริการหลักด้วย ส่วนหนึ่งสะท้อนความกังวลต่อภาระการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวในปัจจุบัน และความเสี่ยงที่จะมีคุณภาพชีวิตย่ำแย่ในยามตนเองแก่ตัวลง ในบริบทสังคมสูงวัย
| ↑1 | โดย วรดร เลิศรัตน์, สรงกรณ์ เตชวณิชย์พงศ์, ฉัตร คำแสง, และ ชานนทร์ เตชะสุนทรวัฒน์; 101 PUB จะเผยแพร่ชุดข้อมูลฉบับเต็มต่อไป |
|---|