ในสนามเลือกตั้ง’69 พรรคการเมืองต่างนำเสนอนโยบายที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนจนด้วยวิธีการที่หลากหลาย รวมถึงมีการใช้เส้นความยากจน[1]เส้นความยากจน (Poverty Line) คือ เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้วัดรายได้หรือค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต … Continue reading เป็นตัวเลขอ้างอิงในการจัดสวัสดิการตัวเงินแก่ประชากรกลุ่มต่างๆ และที่น่าจับตาคือการเสนอให้นำแนวคิด ‘ภาษีเงินได้เชิงลบ’ (negative income tax) มาใช้เติมรายได้ให้คนไทยทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปให้ถึง 3,000 บาท/เดือน ภายใต้ชื่อ ‘คนไทยไร้จน’ ของพรรคเพื่อไทย
แนวคิดดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยคนมีรายได้น้อย แต่จะเป็นการพลิกโฉมรูปแบบการจัดสวัสดิการของรัฐไปด้วยโดยปริยาย เพราะจะเป็นการรวบเอาเงินอุดหนุน เบี้ยยังชีพ บัตรคนจน ฯลฯ ของทุกกลุ่มประชากรเข้ามาอยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน โดยผู้รับสิทธิจะต้องเข้าสู่ระบบภาษี และยื่นแบบฟอร์มรายได้[2]พรรคเพื่อไทย. 2026. “นโยบายคนไทยไร้จน”. พรรคเพื่อไทย. https://election.ptp.or.th/policy/131.
ความท้าทายสำคัญของการผลักดันนโยบายนี้อยู่ที่วิธีพิสูจน์และยื่นรายได้ เพราะการคำนวนหาคน 3.4 ล้านคน ใต้เส้นความยากจนนั้นคำนวนมาจากรายได้ของ ‘ครัวเรือน’ ไม่ใช่รายได้รายคน ตัวอย่างเช่น ในครัวเรือนที่มีสามคน หากมีคนทำงานเพียงคนเดียว ได้เงิน 12,000 บาท/เดือน ทั้งสามคนนี้จะไม่ถูกนับเป็นคนจนเพราะเฉลี่ยแล้วทุกคนมีรายได้เดือนละ 4,000 บาท พ้นเส้นความยากจน นอกจากนี้ยังนับรวมรายได้ที่ไม่เป็นตัวเงิน อาทิ พืชผักที่ปลูกกินเอง ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการครองชีพตามสภาพที่เป็นจริง
ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น จะพบว่าสมาชิกในครัวเรือนใต้เส้นความยากจนมีรายได้เฉลี่ยคนละ 2,287 บาท/เดือน รัฐจะต้องเติมเงินให้เฉลี่ยคนละ 713 บาท/เดือน รวมเป็นเงินราว 2.7 หมื่นล้านบาทต่อปี[3]101 PUB คำนวนจากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2025) น้อยกว่างบประมาณที่เพื่อไทยประเมินไว้ที่ราว 6-7 หมื่นล้านบาทกว่าครึ่ง[4]BBC Thai. 2026. “เลือกตั้ง 2569: เพื่อไทยประกาศ ‘สงครามกับความยากจน’ หวังส่ง ยศชนัน เข้าทำเนียบฯ”. BBC News ไทย, มกราคม 8. https://www.bbc.com/thai/articles/cx2gm2epgjno.
อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นอาจยื่นแสดงรายได้เฉพาะที่เป็นตัวเงินเท่านั้น จากการคำนวนของ 101 PUB หากพิจารณารายได้ครัวเรือน โดยตัดรายได้ที่ไม่ใช่ตัวเงินออกไป จำนวนคนจนจะเพิ่มเป็น 8.6 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยเหลือเพียงคนละ 1,967 บาท/เดือน รัฐจะต้องเติมให้คนละ 1,033 บาท/เดือน รวมเป็นเงินกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี
ยิ่งไปกว่านั้น หากกำหนดให้มีการยื่นแบบฟอร์มภาษีเป็นรายบุคคล จะพบว่าบุคคลที่เข้าข่ายมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนอาจเพิ่มขึ้นเป็นราว 17.7. ล้านคน
หากพิจารณารายได้แยกเป็นรายคน จะพบว่า 97.8% ของคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีงานทำ มีรายได้มากกว่า 3,078 บาทต่อเดือน[5]101 PUB คำนวนจากข้อมูลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาส 3 ปี 2025 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ คนที่ทำงานและยังยากจนมีอยู่เพียง 8.2 แสนคน คิดเป็นราว 2.2% ของคนที่ทำงานทั้งหมด มีรายได้เฉลี่ยคนละ 2,033 บาท/เดือน การเติมรายได้ให้คนกลุ่มนี้จะใช้เงินเพียงราว 1 หมื่นล้านบาท/ปี
อย่างไรก็ดี หากแยกยื่นรายได้เป็นรายคน ผู้ที่ไม่ได้ทำงาน 16.9 ล้านคนจะเข้าหลักเกณฑ์นี้ทันที รัฐจะต้องเติมเงินให้ เต็มจำนวน 3,000 บาท/เดือน ซึ่งจะคิดเป็นเงินราว 6 แสนล้านบาทต่อปี กลุ่มนี้รวมถึงคนที่ยังเรียนหนังสือ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ไปจนถึงคน ‘ทำงานบ้าน’ ที่มีอยู่มากถึง 4.4 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ทำงานหนักแต่มักไม่ถูกให้คุณค่า การเติมรายได้ให้ทุกคนภายใต้ระบบภาษีจึงไม่เพียงแต่รวบรวมการจัดสวัสดิการที่ “กระจัดกระจาย ไม่แม่นยำ”[6]พรรคเพื่อไทย. 2026. “นโยบายคนไทยไร้จน”. พรรคเพื่อไทย. https://election.ptp.or.th/policy/131. แต่ยังเป็นการเพิ่มเติมสวัสดิการใหม่แก่คนที่ไม่เคยได้รับด้วย
อย่างไรก็ตาม หากใช้หลักเกณฑ์เช่นนี้ จะมีผู้เข้าเกณฑ์รับสิทธิรวมทั้งสิ้น 17.7 ล้านคน ใช้งบประมาณมากถึงราว 617,000 ล้านบาทต่อปี
แน่นอนว่าในการดำเนินนโยบายจริง จะใช้งบประมาณในวงเงินที่น้อยกว่านี้และบางส่วนเป็นการโยกย้ายมาจากสวัสดิการที่มีอยู่เดิม อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ[7]เกณฑ์ความยากจนพิจารณาจากรายได้ครัวเรือน เฉลี่ยคนละไม่เกิน 100,000 บาท/ปี และในเวลาเดียวกันก็ย่อมเกิดกรณีตกหล่น เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซึ่งแม้จะเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีผู้สูงอายุเข้าไม่ถึงกว่า 10%[8]ฉัตร คำแสง. 2023. “ถ้วนหน้า vs คัดกรอง: มุมมองทางการคลังต่อการจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ”. 101 PUB, สิงหาคม 18. https://101pub.org/fiscal-view-old-age-allowance/.
| ↑1 | เส้นความยากจน (Poverty Line) คือ เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้วัดรายได้หรือค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นนี้จะถูกจัดว่าเป็น ‘คนจน’ โดยเส้นความยากจนเฉลี่ยของไทยในปัจจุบัน อยู่ที่ 3,078 บาท/เดือน |
|---|---|
| ↑2, ↑6 | พรรคเพื่อไทย. 2026. “นโยบายคนไทยไร้จน”. พรรคเพื่อไทย. https://election.ptp.or.th/policy/131. |
| ↑3 | 101 PUB คำนวนจากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2025) |
| ↑4 | BBC Thai. 2026. “เลือกตั้ง 2569: เพื่อไทยประกาศ ‘สงครามกับความยากจน’ หวังส่ง ยศชนัน เข้าทำเนียบฯ”. BBC News ไทย, มกราคม 8. https://www.bbc.com/thai/articles/cx2gm2epgjno. |
| ↑5 | 101 PUB คำนวนจากข้อมูลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาส 3 ปี 2025 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ |
| ↑7 | เกณฑ์ความยากจนพิจารณาจากรายได้ครัวเรือน เฉลี่ยคนละไม่เกิน 100,000 บาท/ปี |
| ↑8 | ฉัตร คำแสง. 2023. “ถ้วนหน้า vs คัดกรอง: มุมมองทางการคลังต่อการจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ”. 101 PUB, สิงหาคม 18. https://101pub.org/fiscal-view-old-age-allowance/. |