เด็กไทยวัยเรียน อายุ 6-14 ปี มีภาวะทุพโภชนาการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มน้ำหนักเกินและอ้วนที่คิดเป็นสัดส่วน 13.4% ของเยาวชนในช่วงวัยนี้ เกินเป้าที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 10.5% ติดต่อกันเป็นปีที่สิบแล้ว ส่วนเด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์เคยมีแนวโน้มลดลงเหลือเพียง 5.7% ในปี 2017 ทว่ากลับพลิกขึ้นมาเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนเกินเป้าหมาย 8.0% ติดต่อกันเป็นปีที่ห้า โดยในปี 2025 มีเด็กเตี้ยคิดเป็น 10.3% ของเด็กในช่วงวัยดังกล่าว[1]กระทรวงสาธารณสุข (2014-2025) คำนวนโดย 101 PUB
ปัญหาทุพโภชนาการหรือการได้รับสารอาหารอย่างไม่ครบถ้วน ไม่เพียงพอ ไม่สมดุล ยังมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ โดยปัญหาเด็กน้ำหนักเกินและอ้วน รุนแรงที่สุดในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างซึ่งรวมถึงจังหวัดปริมณฑล อาทิ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นนทบุรี ปทุมธานี ฯลฯ[2]พื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 โดยมีสัดส่วนสูงถึง 16.5%[3]กระทรวงสาธารณสุข (2025) คำนวนโดย 101 PUB ใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานครซึ่งอยู่ที่ราว 16.4%[4]ข้อมูลของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาทุกสังกัด รวบรวมโดยสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีช่วงอายุของนักเรียนอยู่ที่ราว 7-12 ปี, คำนวนโดย 101 PUB
ในทางตรงข้าม พื้นที่กรุงเทพมีสัดส่วนเด็กเตี้ยน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างมาก อยู่ที่เพียงราว 3.1%[5]สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (2024) คำนวนโดย 101 PUB ส่วนพื้นที่ซึ่งภาวะเตี้ยรุนแรงที่สุดคือภาคใต้ตอนล่างซึ่งรวมถึงจังหวัดชายแดน อาทิ พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ฯลฯ[6]พื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 มีสัดส่วนเด็กเตี้ยมากถึง 12.9% และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะในกลุ่มที่ประกอบด้วยจังหวัดชายแดนทั้งด้านเหนือและใต้ อาทิ เลย หนองบัวลำภู บุรีรัมย์ สุรินทร์ ฯลฯ[7]พื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 และ 9 มีเด็กเตี้ยเฉลี่ยราว 12.2%[8]กระทรวงสาธารณสุข (2025) คำนวนโดย 101 PUB
นอกจากภาวะน้ำหนักเกิน ส่วนสูงไม่ได้ตามเกณฑ์ ภาวะทุพโภชนาการยังรวมถึงภาวะผอมแกร็น หรือน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ด้วย สัดส่วนเด็กอายุ 6-14 ที่ผอมแกร็นมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่อยู่ราว 3.5-5.5% ตลอดช่วง 12 ปีที่ผ่านมา[9]กระทรวงสาธารณสุข (2014-2025) แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มที่กลับมาเพิ่มสูงขึ้นจนเกินเป้าหมาย 5.0% ในช่วงสามปีหลังสุด แต่ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงไม่มากนักเมื่อเทียบกับภาวะอ้วนและเตี้ย
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารวมกันทั้งหมด จะพบว่าเด็กไทยวัยเรียน เริ่มมีปัญหาทุพโภชนาการไม่ว่าในด้านใดด้านหนึ่งมากขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นต้นมา โดยหากพิจารณาจากสัดส่วนเด็กที่มีรูปร่างสมส่วน คือไม่อ้วน ไม่ผอม ไม่เตี้ย จะเห็นว่าสัดส่วนที่เคยคงตัวอยู่ที่ราว 64% ลดลงอย่างชัดเจนในช่วงโรคระบาด จนกระทั่งพลาดเกณฑ์เป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข โดยในปี 2025 มีเด็กรูปร่างสมส่วนเหลือเพียง 54.9% ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับในช่วง 3 ปีก่อนหน้า[10]กระทรวงสาธารณสุข (2014-2025) คำนวนโดย 101 PUB
เด็กในช่วงวัยนี้ไม่สามารถเลือกอาหารกินเองได้อย่างเต็มที่ แต่ถูกกำหนดโดยสภาพแวดล้อมที่อุดมไปด้วยอาหารแปรรูป อาหารที่มีไขมันเลว น้ำตาลและเกลือสูง ฯลฯ นอกจากนี้ยังอาจถูกชี้นำจากพฤติกรรมการบริโภคของผู้ใหญ่ ท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย รวมถึงอิทธิพลของ social media และการตลาดออนไลน์[11]United Nations Children’s Fund (UNICEF), Feeding Profit: How Food Environments Are Failing Children, Child Nutrition Report 2025 (New York: UNICEF, 2025), https://data.unicef.org/resources/feeding-profit-2025-child-nutrition-report/. โดยอีกหนึ่งสถานการณ์ ‘ปกติใหม่’ ที่เกิดขึ้นหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็คือการที่เด็กอายุน้อยลงสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างเป็นปกติซึ่งอาจทำให้พวกเขาถูกโน้มน้าวให้เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารตามกระแสสังคมออนไลน์ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น
| ↑1, ↑10 | กระทรวงสาธารณสุข (2014-2025) คำนวนโดย 101 PUB |
|---|---|
| ↑2 | พื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 |
| ↑3, ↑8 | กระทรวงสาธารณสุข (2025) คำนวนโดย 101 PUB |
| ↑4 | ข้อมูลของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาทุกสังกัด รวบรวมโดยสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีช่วงอายุของนักเรียนอยู่ที่ราว 7-12 ปี, คำนวนโดย 101 PUB |
| ↑5 | สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (2024) คำนวนโดย 101 PUB |
| ↑6 | พื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 |
| ↑7 | พื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 และ 9 |
| ↑9 | กระทรวงสาธารณสุข (2014-2025) |
| ↑11 | United Nations Children’s Fund (UNICEF), Feeding Profit: How Food Environments Are Failing Children, Child Nutrition Report 2025 (New York: UNICEF, 2025), https://data.unicef.org/resources/feeding-profit-2025-child-nutrition-report/. |