การเดินออกมาเป็นแค่จุดเริ่มต้น: ช่วยผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวให้ตั้งตัวระยะยาว

“ถูกทำร้ายก็เดินออกมา” คือคำแนะนำที่ผู้เผชิญความรุนแรงในครอบครัวพบเจอ การเดินออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเส้นทางที่เดิน ตั้งแต่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า ไปจนถึงการอยู่อย่างปลอดภัยในระยะยาวเต็มไปด้วยความยากลำบาก หลายคนไม่เพียงเผชิญกับบาดแผลทางจิตใจ แต่ยังรู้สึกผิดที่เดินออกจากครอบครัว

แม้ผู้ถูกกระทำต้องการเดินออกมา แต่กระบวนการช่วยเหลือของรัฐในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการสร้างความสมานฉันท์ภายในครอบครัว และขาดการช่วยเหลือที่จำเป็น ทางเลือกในการเริ่มต้นชีวิตใหม่จึงมีอุปสรรคและเสี่ยงกลับสู่วงจรความรุนแรงอีกครั้ง

ภาคประชาชนได้เสนอแนวทางแก้กฎหมายที่เปิดกว้างต่อทางเลือกในการเดินออกจากความสัมพันธ์ที่รุนแรง แต่ผู้ถูกกระทำจะเลือกทางนี้ได้อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อรัฐสนับสนุนตั้งแต่การช่วยเหลือเฉพาะหน้าไปและเปลี่ยนผ่านสู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในระยะยาว

ศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว ‘คิด for คิดส์’ โดยความร่วมมือของ 101 Public Policy Think Tank (101 PUB) และสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. ชวนสำรวจกระบวนการและข้อเสนอแนวทางช่วยเหลือผู้ถูกกระทำจากความรุนแรงในครอบครัว พร้อมเสนอแนวทางการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำที่เดินออกมาจากความสัมพันธ์และเริ่มต้นใหม่

เพราะความรุนแรงในครอบครัวไม่เคยหมดไป
การช่วยเหลือผู้ถูกกระทำจึงจำเป็น

ในประเทศไทย กรณีความรุนแรงในครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ข้อมูลจากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวพบว่า ในปี 2567 มีกรณีความรุนแรงในครอบครัวถึง 4,833 เคส[1]คำนวนจากสถิติการแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัว ตั้งแต่ปี 2564-2567 จากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว … Continue reading ซึ่งมากกว่าปีก่อนหน้าถึง 2 เท่า


อย่างไรก็ดี กรณีความรุนแรงในครอบครัวอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะผู้ถูกกระทำหลายรายไม่กล้าร้องเรียน มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเสนอว่า สาเหตุที่คู่รักที่ถูกทำร้ายไม่กล้าร้องเรียนหรือแจ้งความมีหลายประการ ประการแรก เหตุผลทางเศรษฐกิจ เช่น ยังต้องพึ่งพารายได้ ที่อยู่อาศัย และเป็นห่วงความเป็นไปของบุตร ประการที่สอง ผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะทางจิตที่บอบช้ำ สูญเสียตัวตนจนไม่เชื่อว่าออกจากความรุนแรงได้ ประการที่สาม ผู้กระทำสัญญาว่าจะปรับพฤติกรรม ไม่ทำความรุนแรงอีก และประการที่สี่ ผู้กระทำขู่ทำร้าย ขู่จบชีวิตตัวเอง หรือเปิดเผยความลับหากร้องเรียนหรือแจ้งความ[2]มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล.การควบคุมที่มาจาก “อำนาจ” ที่ไม่เท่ากันในความสัมพันธ์ นำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว.13 มิถุนายน 2567. https://tinyurl.com/yjn3wdn5 … Continue reading

ในอุดมคติ เมื่อเกิดความรุนแรงในครอบครัว รัฐควรมีกระบวนการช่วยเหลือเพื่อให้ผู้ถูกกระทำได้รับความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ป้องกันไม่ให้ผู้กระทำบีบบังคับการตัดสินใจของผู้ถูกกระทำ  และเปิดทางเลือกในการเริ่มต้นใหม่ ทั้งในความสัมพันธ์เดิม หรือเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง

การช่วยเหลือผู้ถูกกระทำให้สามารถออกจากความรุนแรงครอบครัวได้ประกอบด้วยสามขั้นตอน 

ขั้นตอนแรกคือการช่วยเหลือเฉพาะหน้า เริ่มตั้งแต่การที่ผู้ถูกกระทำหรือผู้เห็นเหตุการณ์ติดต่อขอความช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่จะพาผู้ถูกกระทำออกมาจากจุดเกิดเหตุโดยเร็ว ขั้นตอนนี้ เจ้าหน้าที่จะสอบถามสถานการณ์ พาไปตรวจร่างกาย ประเมินสภาพจิตใจ และรับคำปรึกษาทางจิตวิทยาเบื้องต้น การช่วยเหลือขั้นต้นยังรวมถึงการคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือมาตรการป้องกันความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้ผู้กระทำเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ เป้าหมายของขั้นตอนนี้คือเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำ อย่างการป้องกันไม่ให้เกิดการก่อเหตุซ้ำ และการรักษาสภาพจิตใจหลังเผชิญความรุนแรง

ขั้นที่สองคือการพิจารณาคดี ประกอบด้วยการสอบสวนเพื่อหาความจริง การตัดสินคดีความ รวมไปถึงการลงโทษ ซึ่งประกอบด้วยการรับโทษ กระบวนการนี้ต้องคำนึงถึงการให้ผู้กระทำได้รับผิดชอบ (take accountability) กับความเสียหายที่ส่งผลต่อผู้ถูกกระทำหรือผู้เกี่ยวข้อง การให้ทางเลือกของผู้ถูกกระทำ ไม่กดดันหรือให้ผู้ถูกกระทำคืนดีหรือรักษาความสัมพันธ์โดยไม่สมัครใจ นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงสภาวะจิตใจของผู้ถูกกระทำ การสอบสวนที่ยาวนานและละเอียดอ่อนต้องมีบริการการรับมือกับบาดแผลทางใจของผู้ถูกกระทำ

ขั้นตอนสุดท้ายคือการเยียวยาหลังพิจารณาคดี ที่ช่วยเหลือให้ผู้ถูกกระทำมีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยในระยะยาว ขั้นตอนนี้ควรจัดให้ผู้กระทำเข้ารับการบำบัดทางใจจิตวิทยาเพื่อปรับปรุงพฤติกรรมความรุนแรง ส่วนการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ หากผู้ถูกกระทำเลือกอยู่ในความสัมพันธ์ ทั้งสองต้องมีข้อตกลงการอยู่ร่วมกัน โดยที่ผู้กระทำให้สัญญาว่าจะแก้ไขพฤติกรรมความรุนแรง และได้รับความยินยอมจากผู้ถูกกระทำ แต่หากผู้ถูกกระทำออกจากความสัมพันธ์ รัฐต้องมีนโยบายสนับสนุนความมั่นคง เช่นมาตรการช่วยเหลือทางการเงินหรือที่อยู่อาศัย เพื่อให้เขาตั้งตัวได้ในระยะยาว 

เมื่อการมอบความปลอดภัยให้แก่ผู้กระทำคือหลักสำคัญ กระบวนการช่วยเหลือทั้ง 3 ขั้นตอนต้องอุดช่องว่างที่เปิดความเสี่ยงให้ผู้ถูกกระทำอาจถูกทำร้ายซ้ำ อย่างการพยายามรักษาระยะห่างระหว่างคู่กรณีในทุกขั้นตอน การช่วยเหลือยังควรคำนึงถึงสภาวะจิตใจของผู้ถูกกระทำ โดยมีแนวทางป้องกันไม่ให้ซ้ำเติมบาดแผลทางใจ หรือการจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาหรือป้องกันเผชิญหน้าผู้กระทำระหว่างการสอบสวน 

ร่างกฎหมายใหม่ปรับการเข้าช่วยและพิจารณาคดี
แต่ยังขาดการตั้งตัวช่วยให้ตั้งตัวระยะยาว

แม้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวจะร้องเรียนและเข้าถึงการช่วยเหลือได้ แต่กระบวนการทางกฎหมายในปัจจุบันสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการคืนดีและกลับไปอยู่ด้วยกันฉันครอบครัวอาจจำกัดทางเลือกของผู้ถูกกระทำที่อยากเดินออกมา และเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายซ้ำ เพราะ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ผลักดันผ่านฐานคิดที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมานฉันท์ และการพาครอบครัวที่เผชิญกับความรุนแรงให้กลับมาอยู่ในสภาวะปกติ แนวคิดนี้สอดคล้องกับวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว เช่น ความกตัญญู หรือการอยู่ด้วยกันเพื่อดูแลลูก

อย่างไรก็ดี ในปี 2568 เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทยได้เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้กระทำความรุนแรงภายในครอบครัว (ร่างภาคประชาชน) โดยเสนอการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงบนฐานคิดและแนวทางปฏิบัติที่ต่างออกไป 

ภาคประชาชนมองว่าการให้ความสำคัญหรือกดดันให้การรักษาครอบครัวหรือความสัมพันธ์โดยปราศจากการแก้ไขพฤติกรรมรุนแรงอาจนำไปสู่การทำร้ายซ้ำ แนวทางของภาคประชาชนจึงส่งเสริมการช่วยเหลือที่รักษาความปลอดภัย และเน้นการพาผู้ถูกกระทำออกจากความรุนแรงและความสัมพันธ์ที่รุนแรง[3]บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำดวยความรุนแรงในครอบครัว (ร่างภาคประชาชน). https://drive.google.com/file/d/1A2yw_3puEg7nmB3gwcfYItglxaeF5GIX/view?usp=drive_link 
ซึ่งถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ถูกกระทำ

ในการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ภาคประชาชนเพิ่มแนวปฏิบัติเพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำจากมาตรการที่ระบุใน พ.ร.บ. 2550 ให้ครอบคลุมขึ้น หลังการแจ้งเหตุ พ.ร.บ. 2550 ระบุให้เจ้าหน้าที่พาผู้เสียหายออกมาจากสถานที่เกิดเหตุ[4]มาตรา 6. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550. … Continue reading แต่ร่างภาคประชาชนเสนอเพิ่มให้เจ้าหน้าที่ ‘ต้อง’ พาผู้ถูกกระทำออกมาจากจุดเกิดเหตุภายใน 24 ชั่วโมง[5]มาตรา 8 อนุมาตราหนึ่ง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน. https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
 

หลังจากไปถึงจุดเกิดเหตุและพบผู้ถูกกระทำ เจ้าหน้าที่จะสอบถามสถานการณ์และประเมินความช่วยเหลือ ใน พ.ร.บ. 2550 เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ และผู้เห็นเหตุการณ์[6]มาตรา 6 วรรคสอง. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 การสอบถามข้อเท็จจริงโดยป้องกันการเผชิญหน้ากับผู้ใช้ความรุนแรงอาจทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกไม่ปลอดภัยและกระอักกระอ่วนในการตอบคำถาม ร่าง พ.ร.บ. ภาคประชาชน จึงเพิ่มมาตรการการสอบถามสถานการณ์โดยแยกผู้ถูกกระทำออกมาจากสถานการณ์และผู้ก่อความรุนแรง[7]มาตรา 8 อนุมาตราหนึ่ง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชนhttps://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F รวมถึงการหาที่อยู่ชั่วคราวให้ผู้ถูกกระทำ[8] มาตรา 8 อนุมาตราสอง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชนhttps://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F 

เพราะความรุนแรงยังนำมาซึ่งความบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงต้องพาผู้ถูกกระทำไปตรวจร่างกาย ประเมินสภาพจิตใจ และรับคำปรึกษาทางจิตวิทยาซึ่งมีอยู่ใน พ.ร.บ. 2550[9]มาตรา 6 วรรคสอง. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 อย่างไรก็ดี ร่าง พ.ร.บ. ภาคประชาชนได้เพิ่มหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ส่งผลการตรวจร่างกายและประเมินสภาพจิตใจไว้ใช้ในการพิจารณาคดี[10]มาตรา 8 อนุมาตราสาม. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F ซึ่งใช้เป็นหลักฐานว่าความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นจริง และแบ่งเบาภาระที่ผู้ถูกกระทำในการเก็บหลักฐานเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย

การช่วยเหลือเฉพาะหน้ายังรวมถึงการรักษาความปลอดภัยหลังออกจากเหตุรุนแรง การคุ้มครองสวัสดิภาพคือ มาตรการที่ใช้ในการป้องกันไม่ให้ผู้กระทำเข้าถึงตัวผู้กระทำ ป้องกันการสะกดรอย ข่มขู่คุกคาม หรือจ่ายเงินเพื่อบรรเทาทุกข์ ใน พ.ร.บ. 2550 เจ้าหน้าที่ต้องคิดมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพจากสถานการณ์ และดำเนินการเมื่อศาลเห็นชอบ[11]มาตรา 10.  พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 อย่างไรก็ดี ร่าง พ.ร.บ. ภาคประชาชนเพิ่มมาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพที่ไม่ใช่เพียง ‘ห้าม’ ผู้กระทำก่อความรุนแรง หรือเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ แต่ยังเพิ่มสิ่งที่ ‘ต้อง’ ทำเพื่อคุ้มครองผู้ถูกกระทำ เช่น การเข้ารับการบำบัด หรือการนัดพบเจ้าหน้าที่ ตามความเห็นชอบจากผู้ถูกกระทำ[12]มาตรา 10.  ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F ร่างภาคประชนชนยังให้เจ้าหน้าที่จัดหาผู้จัดการรายกรณีภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อวางแผนการช่วยเหลือ ติดต่อกับบริการการช่วยเหลือที่ผู้ถูกกระทำต้องการ และติดตามผลการเยียวยา[13]มาตรา 9.  ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F

ในการพิจารณาคดี ภาคประชาชนเสนอแก้ไขทั้งแนวคิดและการดำเนินการที่กฎหมายเดิมปฏิบัติต่อการคดีความรุนแรงในครอบครัวแตกต่างจากคดีอาญากรณีทั่วไป ใน พ.ร.บ. 2550 ความรุนแรงในครอบครัวถูกมองเป็น ‘กรณีพิเศษ’ ที่มีอายุความเพียง 3 เดือน[14]มาตรา 7. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 การลงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ[15]มาตรา 4. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 รวมถึงเปิดโอกาสให้คู่กรณีถอนฟ้องยอมความ โดยให้ญาติ หรือสมาชิกครอบครัวเป็นตัวกลาง[16]มาตรา 16. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ซึ่งใน พ.ร.บ. 2550 ระบุไว้ว่าเป็นไปเพื่อรักษาความสงบสุขและการอยู่ร่วมกันในครอบครัว[17]มาตรา 15. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550

อย่างไรก็ดี ภาคประชาชนมองการเปิดช่องให้ไกล่เกลี่ยยอมความว่าอาจเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กระทำใช้อำนาจกดดันให้ผู้ถูกกระทำยอมคืนดี และเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้ถูกกระทำอาจถูกทำร้ายซ้ำ[18]บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำดวยความรุนแรงในครอบครัว (ร่างภาคประชาชน)https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F ภาคประชาชนจึงเสนอให้การยอมความมีการบันทึกข้อตกลงความปลอดภัยที่ทำร่วมกับนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ และได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย โดยมีเงื่อนไขที่ผู้กระทำจะต้องปรับปรุงพฤติกรรม[19]มาตรา 5 วรรคสอง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F และปรับอายุความและโทษความรุนแรงในครอบครัวให้เท่าความผิดอาญาที่ผู้กระทำก่อ[20]มาตรา 5 วรรคสอง และ มาตรา 12. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F กระบวนการสอบสวนของทั้งสองแนวทางมีบริการให้ความช่วยเหลือทางใจ อย่างนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา เพื่อให้คำปรึกษาผู้ถูกกระทำ

โดยสรุปแล้ว ผู้ถูกกระทำมี 2 ทางเลือกหลังการพิจารณาคดีคือ หนึ่ง คืนดีและอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอีกครั้ง และสอง จบความสัมพันธ์และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่ผ่านมา พ.ร.บ. 2550 ให้ความสำคัญกับการคืนดีและกลับมาอยู่ด้วยกันเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ. ภาคประชาชนมองว่าการออกจากความสัมพันธ์เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ถูกกระทำเยียวยาจิตใจและยุติความรุนแรงมากกว่า แต่ร่าง พ.ร.บ. ภาคประชาชนยังขาดแนวทางความช่วยเหลือที่พาเขาออกจากการพึ่งพิงโครงสร้างครอบครัวเดิม[21]แม้ร่าง พ.ร.บ. ภาคประชาชนจะเสนอให้ผู้จัดการรายกรณีหาที่อยู่อาศัย แจ้งสิทธิการช่วยเหลือ และติดตามผลจนกว่าจะดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย … Continue reading ผู้ถูกกระทำจึงไม่อาจออกจากความสัมพันธ์ได้ และทางเลือกในการเดินออกมาก็อาจไปไม่ถึงเป้าหมายของแนวคิดที่ตั้งไว้

ผู้กระทำจะเดินออกมาได้
ก็ต่อเมื่อมีนโยบายช่วยเหลือการตั้งตัว

การตัดสินใจเดินออกมาจากความสัมพันธ์อาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของจุดจบเท่านั้น  เพราะถ้าผู้ถูกกระทำตัดสินใจเดินออกมา แต่ไม่มีที่พักอาศัย หรือไม่สามารถหารายได้ได้ด้วยตัวเอง การตั้งต้นชีวิตใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นโยบายช่วยเหลือผู้ถูกกระทำให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจจะตัดเขาออกจากวงจรของความรุนแรงได้อย่างแท้จริง[22]Gill Hague and Ellen Malos. 1994. Domestic Violence, Social Policy and Housing. Commentary & Issues. Critical Social Policy. Sage Journal. 14(42), 118. 

หลังตัดสินใจจบความสัมพันธ์ ความเสี่ยงที่ผู้ถูกกระทำอาจต้องเผชิญคือ การขาดที่อยู่อาศัยเฉพาะหน้ารองรับ หลายครั้งที่เกิดความรุนแรง ผู้ถูกกระทำมักเป็นผู้ย้ายออกจากบ้านมากกว่าผู้กระทำ[23]Gill Hague and Ellen Malos. 1994. Domestic Violence, Social Policy and Housing. Commentary & Issues. Critical Social Policy. Sage Journal. 14(42), 124. ปัญหาการขาดที่อยู่อาศัยจึงซ้อนทับกับความรุนแรงในครอบครัว ทำให้ผู้ถูกกระทำในครอบครัวเสี่ยงต่อการตกอยู่ในสภาวะไร้บ้าน 

บ้านพักฉุกเฉินกลายเป็นพื้นที่พักพิงที่ปลอดภัยสำหรับผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว เพราะบ้านพักหลายแห่งเปิดให้ผู้ถูกกระทำสามารถพักอาศัยได้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับคนที่ออกจากบ้านตนโดยไม่มีเงินติดตัว บ้านพักฉุกเฉินบางแห่ง เช่น บ้านพักฉุกเฉินดอนเมืองยังมีบริการอื่นๆ ตั้งแต่การตรวจร่างกาย การให้คำแนะนำทางจิตวิทยาและกฎหมาย  อย่างไรก็ดี บ้านพักฉุกเฉินไม่ได้มีทุกจังหวัด ผู้เผชิญความรุนแรงในหลายจังหวัดจำต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉินในกรุงเทพ เป็นต้น[24]สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี.สรุปรายงานผลการดำเนินงาน บ้านพักฉุกเฉิน 41 ปี 4 เดือน (สิงหาคม2523 – ธันวาคม2564). https://www.apsw-thailand.org/stat24_2_64.html <สืบค้นเมื่อ20 มีนาคม 2569>
 

เพราะบ้านพักฉุกเฉินมีไม่ทั่วถึง ผู้ถูกกระทำจึงต้องพึ่งพาที่พักอาศัยอื่น การพักบ้านญาติดูเหมือนเป็นทางเลือกที่รวดเร็ว แต่หลายคนกระอักกระอ่วนใจในการพึ่งพา หรือมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับญาติ ส่วนที่พักเอกชน เช่น โรงแรมหรือห้องเช่ารายวันก็เป็นทางเลือกมีค่าใช้จ่าย และเมื่อไม่มีความแน่นอนว่าจะต้องพักอาศัยต่อไปอีกนานเท่าไหร่ ก็ไม่มีความแน่นอนว่าจะต้องใช้เงินมากน้อยเพียงไรและอาจต้องจ่ายมากขึ้นหากจำเป็นต้องพักเป็นเวลานาน แม้ร่าง พ.ร.บ. ภาคประชาชนจะเสนอให้เจ้าหน้าที่แนะนำให้อยู่บ้านพักเด็กและครอบครัวประจำจังหวัด[25]มาตรา 8 อนุมาตราสอง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F แต่เป้าหมายการทำงานของบ้านพักเด็กและครอบครัวคือการคุ้มครองเด็กที่ถูกทารุณกรรม หรือสงเคราะห์เด็กที่ยากจนหรือไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มากกว่าผู้ใหญ่ที่เผชิญความรุนแรง[26]อภิวัฒน์ วิริยาภิรมย์. การทำงานตามภารกิจของบ้านพักเด็กและครอบครัว. OSCC. 23 ตุลาคม 2023. https://oscc.consulting/media/190 

ดังนั้น ช่องว่างนโยบายที่ต้องอุดคือ การทำให้ที่พักฉุกเฉินสำหรับผู้ถูกกระทำให้เข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้มีบ้านพักฉุกเฉินในทุกจังหวัด หรือรัฐเช่าบ้านหรือห้องพักเอกชนเป็นบ้านพักฉุกเฉิน โดยรัฐเป็นผู้จ่ายค่าเช่า และค่าเช่าส่วนนั้นไม่เสียภาษีให้รัฐ 

นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาให้บ้านพักฉุกเฉินมีบริการต่างๆ ตั้งแต่นักจิตวิทยา กฎหมาย ฝึกอาชีพ ดูแลเด็ก เพื่อให้ความช่วยเหลือในยามวิกฤตเข้าถึงง่าย ลดภาระของเจ้าหน้าที่และผู้จัดการรายกรณีในการประสานความช่วยเหลือ บ้านพักฉุกเฉินไม่ได้มีเพื่อจำกัดเสรีภาพของผู้อาศัย แต่มีขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระการโอบอุ้มในยามวิกฤต เช่น ผู้หญิงสามารถออกไปทำงานได้ ในขณะที่พักและบ้านพักดูแลบุตรให้ ข้อเสนอนี้ใกล้เคียงกับนโยบายการให้ความช่วยเหลือผู้เผชิญความรุนแรงในครอบครัวในประเทศไต้หวัน ที่บ้านพักฉุกเฉินเป็นสิทธิการดูแลปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือด้านทางด้านจิตใจ เช่น การให้คำแนะนำหรือจิต ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย การเงิน และดูแลเด็ก โดยมุ่งเน้นให้ผู้ถูกกระทำสามารถตั้งหลักและใช้ชีวิตได้ด้วยตนเองในอนาคตหลังย้ายออก[27]Generis Global. Domestic Violence Protection Measures in Taiwan. 29 November 2024. https://generisonline.com/domestic-violence-protection-measures-in-taiwan/?__cf_chl_tk=IMyynBVD7ya9BiXhLkmLO4zYODpHDOnd_bKHOV_3R.Q-1774924477-1.0.1.1-hxS3HazR5p.9mqY9peA0kBCrifOVHVwJ8AO4FbZ2XgQ. <Retrieved on 25 November 2026>

นโยบายช่วยเหลือผู้ถูกกระทำให้มีที่อยู่ถาวรยังจำเป็นต่อการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในระยะยาว คูปองบ้านเช่าจะเป็นนโยบายที่รองรับผู้ถูกกระทำที่ย้ายออกจากบ้านพักฉุกเฉินและต้องการหาที่อยู่ใหม่ด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้อย่างทันท่วงที โดยรัฐจะเป็นผู้อุดหนุนค่าเช่า เช่น ผ่านคูปองแบบเต็มจำนวนให้เป็นเวลา 4 เดือน เพื่อให้ครอบคลุมฝึกอาชีพซึ่งมักใช้เวลา 2 เดือน และการหางาน 2 เดือน[28]คำนวนจากการฝึกอาชีพในกรุงเทพมหานครที่มีหลักสูตร 160 ชั่วโมง (2 เดือน) เรียนวันจันทร์-ศุกร์ และอุดหนุนบางส่วนในช่วง 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเริ่มและทดลองงาน เป็นต้น ตัวอย่างประเทศที่ใช้นโยบายคูปองเช่าบ้านคือสหรัฐอเมริกา ผู้ถูกกระทำจะได้รับสิทธิในการหาบ้านใหม่อย่างเร่งด่วน จากผู้ให้บริการบ้านสาธารณะประจำรัฐ[29]National Domestic Violence Hotline. Emergency housing for domestic violence victims.https://www.thehotline.org/resources/emergency-housing-for-domestic-violence-victims/ <Retrieved on 20 March 2026>
และออสเตรเลียที่มีนโยบายให้เงินช่วยเหลือค่าเช่าสำหรับผู้ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ต้องการที่อยู่ใหม่ โดยพิจารณาเงินช่วยเหลือจากทรัพย์สินที่มี[30]OECD Affordable Housing Database. PH 3.2 KEY CHARACTERISTICS OF HOUSING ALLOWANCES.  https://webfs.oecd.org/Els-com/Affordable_Housing_Database/PH3-2-Key-characteristics-of-housing-allowances.pdf. <Retrieved on 14 March 2026>

นอกจากการหาที่อยู่อาศัยแล้ว ผู้ถูกกระทำหลายคนยังเผชิญกับปัญหาการเงินและการทำงาน ปัจจัยหนึ่งเป็นเพราะในหลายครอบครัว ผู้กระทำเป็นผู้ทำงานและหารายได้หลักในครอบครัว ส่วนผู้ถูกกระทำมักทำงานดูแลในบ้านโดยไร้ค่าจ้าง เมื่อเผชิญความรุนแรงและตัดสินใจจบความสัมพันธ์ ผู้ถูกกระทำจึงขาดรายได้ประทังชีวิตไปด้วย ความรุนแรงในครอบครัวจึงคาบเกี่ยวกับความรุนแรงด้วยเหตุทางเพศ (Gender-based Violence) เพราะนอกจากผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แต่บทบาททางเพศของผู้หญิงในครอบครัว อย่างการมีหน้าที่หลักเป็นแม่และเมีย ยังเป็นอุปสรรคในการออกจากความรุนแรง 

นโยบายช่วยเหลือผู้ถูกกระทำจากความรุนแรงในครอบครัวจึงควรตอบสนองต่อความต้องการงาน หนึ่งในนั้นคือ นโยบายช่วยเหลือผู้ว่างงานด้วยการฝึกอาชีพและหางาน ผู้จัดการรายกรณีหรือเจ้าหน้าที่บ้านพักฉุกเฉินจะประเมินว่าผู้ถูกกกระทำพร้อมงานหรือไม่ มีความสนใจประเภทไหน บ้านพักฉุกเฉินเปิดฝึกอาชีพประเภทต่างๆ หรือแนะนำศูนย์ฝึกอาชีพอื่นใกล้บ้าน รวมถึงเตรียมพร้อมและอำนวยความสะดวกในการหางาน เช่น อบรมการสมัครงาน หรือร่วมงานกับกิจการในจังหวัดเพื่อจ้างงาน ฝึกงาน หรือสอนงาน และในระหว่างการฝึกหรือทำงาน ศูนย์เลี้ยงเด็กในบ้านพักฉุกเฉินจะดูแลบุตรให้[31]ต่อยอดจากข้อค้นพบของ นราเขต ยิ้มสุข. 2564. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ กลไกและการสนับสนุนการพัฒนาอาชีพของผู้หญิง ที่ถูกกระทำความรุนแรง … Continue reading 

นอกจากการช่วยเหลือให้ผู้ถูกกระทำสามารถประกอบอาชีพและแสวงหารายได้ได้ นโยบายหนึ่งที่ควรต้องคำนึงเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกระทำคือการเยียวยาทางจิตใจระหว่างการทำงาน เนื่องจากเป็นผู้ที่เพิ่งออกจากความรุนแรงอาจเผชิญกับการบาดเจ็บ บาดแผลทางจิตใจ และความผกผันมากมายที่ส่งผลกระทบกับการงาน ซึ่งช่องว่างในการช่วยเหลืออาจส่งผลให้ผู้ถูกกระทำสูญเสียงานได้[32]ปพิชญา สุนทรพิทักษ์ และ ศาสตราจารย์ ดร.กิติพัฒน์ นนทปัทมะดุลย์. ผู้หญิงกับประสบการณ์ความรุนแรงในครอบครัว กรณีศึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล. … Continue reading นโยบายสิทธิลาพักใจของผู้ถูกกระทำจึงสำคัญ โดยอาจให้ผู้ถูกกระทำมีสิทธิลาพักใจ โดยค่าจ้างเบิกจากประกันสังคม หรือรัฐจ่ายหากเป็นลูกจ้างชั่วคราว หรือเลือกทำงานครึ่งเวลา หรือทำงานจากบ้านได้จำนวนหนึ่ง นโยบายนี้คล้ายคลึงกับแนวทางของอิตาลีที่ให้สิทธิลูกจ้างที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวลางานได้ 90 วันภายในเวลา 3 ปี โดยลูกจ้างนำการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือ หรือบ้านพักฉุกเฉินให้กับนายจ้าง และลูกจ้างมีสิทธิเลือกการทำงานเวลาทำงานได้[33]OECD. High-level overview of paid domestic and family violence leave entitlements in OECD countries: Supports (th)at work. 2025.https://www.oecd.org/en/publications/supports-th-at-work_343cff04-en/full-report/component-8.html#annex-d1e2221 <Retrieved on 20 March 2026>

บทส่งท้าย: ปลายทางของ ‘การเดินออกมา’
คือ ‘การสร้างชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง’

การเดินออกจากความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย นโยบายที่ช่วยเหลือผู้ถูกกระทำจึงมีความสำคัญ ผู้ถูกกระทำไม่ได้เผชิญเพียงความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยตรง แต่ถูกเหนี่ยวรั้งด้วยแรงกดดันให้ปรองดอง ภาระหน้าที่ในการดูแลผู้อื่น รวมถึงข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัย ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงชีวิตที่ปลอดภัยและการเลือกเส้นทางของตนเอง

การออกแบบนโยบายจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยผู้ถูกกระทำต้องไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงของการถูกทำร้ายซ้ำ หรือถูกซ้ำเติมบาดแผลเดิมในกระบวนการช่วยเหลือ

ในระยะยาว การสามารถ ‘ตั้งตัวได้’ และมองเห็นอนาคตของตนเอง เป็นหัวใจสำคัญของการเยียวยา ซึ่งเกี่ยวพันโดยตรงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทั้งในมิติของที่อยู่อาศัยและแหล่งรายได้ ดังนั้น นโยบายด้านที่อยู่อาศัยและการจ้างงานเป็นกลไกจำเป็นที่เอื้อให้ผู้ถูกกระทำสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้

นโยบายจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการช่วยให้ ‘มีทางเลือก’ ในชีวิต แต่ยังต้องมุ่งให้ผู้ถูกกระทำ ‘สร้างชีวิตใหม่ได้ด้วยตนเอง’ อย่างมั่นคงในระยะยาว

References
1 คำนวนจากสถิติการแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัว ตั้งแต่ปี 2564-2567 จากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เผยแพร่ในฐานข้อมูลเปิดภาครัฐเพื่อสนับสนุนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ https://opendata.nesdc.go.th/ <สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2569>
2 มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล.การควบคุมที่มาจาก “อำนาจ” ที่ไม่เท่ากันในความสัมพันธ์ นำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว.13 มิถุนายน 2567. https://tinyurl.com/yjn3wdn5 <สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2569>
3 บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำดวยความรุนแรงในครอบครัว (ร่างภาคประชาชน). https://drive.google.com/file/d/1A2yw_3puEg7nmB3gwcfYItglxaeF5GIX/view?usp=drive_link 
4 มาตรา 6. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550. https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2550
5 มาตรา 8 อนุมาตราหนึ่ง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน. https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
6, 9 มาตรา 6 วรรคสอง. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
7 มาตรา 8 อนุมาตราหนึ่ง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชนhttps://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
8  มาตรา 8 อนุมาตราสอง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชนhttps://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
10 มาตรา 8 อนุมาตราสาม. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
11 มาตรา 10.  พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
12 มาตรา 10.  ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
13 มาตรา 9.  ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
14 มาตรา 7. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
15 มาตรา 4. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
16 มาตรา 16. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
17 มาตรา 15. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
18 บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำดวยความรุนแรงในครอบครัว (ร่างภาคประชาชน)https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
19 มาตรา 5 วรรคสอง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
20 มาตรา 5 วรรคสอง และ มาตรา 12. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
21 แม้ร่าง พ.ร.บ. ภาคประชาชนจะเสนอให้ผู้จัดการรายกรณีหาที่อยู่อาศัย แจ้งสิทธิการช่วยเหลือ และติดตามผลจนกว่าจะดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย แต่หากขาดนโยบายด้านที่พักอาศัย และรายได้ที่สอดคล้องกับ
22 Gill Hague and Ellen Malos. 1994. Domestic Violence, Social Policy and Housing. Commentary & Issues. Critical Social Policy. Sage Journal. 14(42), 118.
23 Gill Hague and Ellen Malos. 1994. Domestic Violence, Social Policy and Housing. Commentary & Issues. Critical Social Policy. Sage Journal. 14(42), 124.
24 สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี.สรุปรายงานผลการดำเนินงาน บ้านพักฉุกเฉิน 41 ปี 4 เดือน (สิงหาคม2523 – ธันวาคม2564). https://www.apsw-thailand.org/stat24_2_64.html <สืบค้นเมื่อ20 มีนาคม 2569>
25 มาตรา 8 อนุมาตราสอง. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงฯ ภาคประชาชน https://drive.google.com/drive/folders/1OuRmb1PDqmOlKnCcMREtcFAZUR1arX0F
26 อภิวัฒน์ วิริยาภิรมย์. การทำงานตามภารกิจของบ้านพักเด็กและครอบครัว. OSCC. 23 ตุลาคม 2023. https://oscc.consulting/media/190
27 Generis Global. Domestic Violence Protection Measures in Taiwan. 29 November 2024. https://generisonline.com/domestic-violence-protection-measures-in-taiwan/?__cf_chl_tk=IMyynBVD7ya9BiXhLkmLO4zYODpHDOnd_bKHOV_3R.Q-1774924477-1.0.1.1-hxS3HazR5p.9mqY9peA0kBCrifOVHVwJ8AO4FbZ2XgQ. <Retrieved on 25 November 2026>
28 คำนวนจากการฝึกอาชีพในกรุงเทพมหานครที่มีหลักสูตร 160 ชั่วโมง (2 เดือน) เรียนวันจันทร์-ศุกร์
29 National Domestic Violence Hotline. Emergency housing for domestic violence victims.https://www.thehotline.org/resources/emergency-housing-for-domestic-violence-victims/ <Retrieved on 20 March 2026>
30 OECD Affordable Housing Database. PH 3.2 KEY CHARACTERISTICS OF HOUSING ALLOWANCES.  https://webfs.oecd.org/Els-com/Affordable_Housing_Database/PH3-2-Key-characteristics-of-housing-allowances.pdf. <Retrieved on 14 March 2026>
31 ต่อยอดจากข้อค้นพบของ นราเขต ยิ้มสุข. 2564. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ กลไกและการสนับสนุนการพัฒนาอาชีพของผู้หญิง ที่ถูกกระทำความรุนแรง กรณีศึกษาสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน. เสนอต่อ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน.   Research_MechanismsandSupport-training by Narakhet.pdf <สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2569>
32 ปพิชญา สุนทรพิทักษ์ และ ศาสตราจารย์ ดร.กิติพัฒน์ นนทปัทมะดุลย์. ผู้หญิงกับประสบการณ์ความรุนแรงในครอบครัว กรณีศึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล. (เรียบเรียงจากวิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2019)
33 OECD. High-level overview of paid domestic and family violence leave entitlements in OECD countries: Supports (th)at work. 2025.https://www.oecd.org/en/publications/supports-th-at-work_343cff04-en/full-report/component-8.html#annex-d1e2221 <Retrieved on 20 March 2026>

อินโฟกราฟฟิก

วิจัย/เขียน

วริษา สุขกำเนิด

สร้างสรรค์ภาพ

วนา ภูษิตาศัย

บทความที่เกี่ยวข้อง

รื้อระบบคุ้มครองเด็ก ไม่ให้ใครต้องถูกทำร้ายซ้ำสอง

คิด for คิดส์ ชวนสำรวจสิ่งที่ขาดหายในระบบคุ้มครองเด็กจนเป็นการทำร้ายเด็กซ้ำ และสิ่งที่ต้องเติมในระบบคุ้มครองเด็กเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก

ให้เด็กได้เบ่งบานนอกสถานรองรับ: แนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่การเลี้ยงดูแบบครอบครัว

คิด for คิดส์ ชวนอ่านปัญหาการพัฒนาครอบครัวอุปถัมภ์ไทยที่ส่งผลให้เด็กไทยจำนวนมากไม่ได้รับการเลี้ยงดูในครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็น

งบ “สงเคราะห์” เด็กไทย ไม่ไหว ไม่พอ ไปต่อไม่ได้

คิด for คิดส์ ชวนสำรวจปัญหางบประมาณที่ใช้เลี้ยงดูเด็กๆ ที่ต้องเติบโตในสถานรองรับระยะยาวในประเทศไทย และงบประมาณเพื่อสนับสนุนครอบครัวอุปถัมภ์ที่ยังขาดแคลน

101 Public Policy Think Tank
ศูนย์ความรู้นโยบายสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลง

ศูนย์วิจัยนโยบายสาธารณะไทยในบริบทโลกใหม่ สร้างสรรค์ความรู้ด้านนโยบายสาธารณะที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มพลังให้ประชาชนสามารถตัดสินใจอย่างดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในเรื่องสำคัญที่มีความหมายต่อชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และสังคม

Copyright © 2026 101pub.org | All rights reserved.