ประเด็นสำคัญ
- นิยามค่าจ้างขึ้นต่ำของไทยไม่สะท้อนการรับรองมาตรฐานชีวิตที่ควรจะเป็น เนื่องจากเป็นค่าตอบแทนที่ดูแลได้เพียงตัวผู้ใช้แรงงานเท่านั้น อีกทั้งครอบคลุมเพียงปัจจัยยังชีพ ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นในการใช้ชีวิตของคนๆ หนึ่งที่อยู่ในสังคมจริงๆ
- ค่าจ้างขั้นต่ำของไทยจึงควรได้รับการนิยามใหม่ผ่านแนวคิด ‘ค่าจ้างเพื่อชีวิต’ คือค่าตอบแทนสำหรับการทำงานตามเวลาปกติ ที่ทำให้แรงงานเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี
- จากการคำนวณค่าจ้างเพื่อชีวิตในปี 2022 ค่าจ้างเพื่อชีวิต กรณีสามารถเลี้ยงดูตนเอง คู่สมรสและลูก 1 คนมีค่า 563 บาท/วัน แต่ในปี 2024 ค่าจ้างเพื่อชีวิตในกรณีเดียวกันเพิ่มสูงขึ้นเป็น 713 บาท หรือกล่าวคือเพิ่มขึ้นมาประมาณ 26.6% ซึ่งมีสาเหตุหลักจากรายการค่าใช้จ่ายหลายรายการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- แม้ในจังหวัดที่มีการพัฒนามีรายได้ที่สูงจะกำหนดให้ค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ในระดับที่สูงกว่าจังหวัดอื่นๆ แต่ค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัดเหล่านั้นกลับยิ่งไม่เพียงพอในการดำรงชีพ เนื่องจากรายจ่ายค่าครองชีพในจังหวัดเหล่านั้นสูงกว่ารายจ่ายค่าครองชีพในจังหวัดอื่นๆ อยู่มาก กล่าวได้ว่า แรงงานในจังหวัดเหล่านั้นถึงแม้จะได้รับค่าจ้างที่สูงกว่าจังหวัดอื่น แต่คุณภาพชีวิตกลับด้อยกว่าจังหวัดอื่น
1 พฤษภาคม ของทุกปีถูกจัดเป็นวันสำคัญในหลายประเทศ ในฐานะ ‘วันแรงงาน’ ที่นอกจากจะถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดทำงานแล้ว (ขอแสดงความเสียใจกับเหล่าข้าราชการด้วย) ยังเป็นวันที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงานในฐานะกลไกฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจพัฒนาไปด้วย
หนึ่งในเรื่องที่มักระลึกถึงกันในวันนี้คือเรื่องของ ‘คุณภาพชีวิตของแรงงาน’ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานไร้ทักษะ ยังเป็นกลุ่มที่น่ากังวล เนื่องจากกลุ่มแรงงานเหล่านี้ยังคงได้รับค่าจ้างตามระดับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งอาจจะไม่เพียงพอให้คนกลุ่มนี้มีชีวิตที่เหมาะสมหรือสามารถพัฒนายกระดับอนาคตชีวิตตนเองและครอบครัวได้
101 PUB จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาพิจารณาแนวคิด ‘ค่าจ้างเพื่อชีวิต’ ที่เป็นตัวเลขสะท้อนว่าค่าจ้างที่ต่ำที่สุดที่จะทำให้แรงงานสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้ควรเป็นเท่าไหร่ และที่สำคัญภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันแรงงานควรมีรายได้เท่าไหร่ที่จะทำให้สามารถมีชีวิตที่ดีในบริบทสังคมที่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความผันผวนนี้ได้

ค่าจ้างเพื่อชีวิตคืออะไร
ที่ผ่านมาค่าจ้างขึ้นต่ำของไทยถูกคิดบนนิยาม ‘เป็นอัตราค่าจ้างที่เพียงพอสำหรับแรงงานทั่วไปแรกเข้าทำงาน 1 คน ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามสมควรแก่มาตรฐานครองชีพ สภาพเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงเหมาะสมตามความสามารถของธุรกิจในท้องถิ่นนั้น’[1]ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14)
นิยามดังกล่าวไม่สะท้อนการรับรองมาตรฐานชีวิตที่ควรจะเป็น กล่าวคือ 1. เป็นค่าตอบแทนที่ดูแลได้เพียงตัวผู้ใช้แรงงานเท่านั้น แต่ไม่ทำให้ผู้ใช้แรงงานสามารถดูแลครอบครัวของตนที่ไม่ได้ประกอบอาชีพได้ 2. ครอบคลุมเพียงปัจจัยยังชีพ ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นในการใช้ชีวิตของคนๆ หนึ่งที่อยู่ในสังคมจริงๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าเล่าเรียนบุตร ค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายเพื่ออยู่ในสังคม ฯลฯ[2]อ่านเพิ่มเติมใน กษิดิ์เดช คำพุช. 2022. ยกระดับค่าจ้างขั้นต่ำไทย ให้ไปถึงค่าจ้างเพื่อชีวิต. 101 PUB. https://101pub.org/minimum-wage-to-living-wage/
ค่าจ้างขั้นต่ำของไทยจึงควรได้รับการนิยามใหม่ให้ครอบคลุมพื้นฐานชีวิตในทุกๆ ด้าน ผ่านแนวคิด ‘ค่าจ้างเพื่อชีวิต’ คือค่าตอบแทนสำหรับการทำงานตามเวลาปกติ ที่ทำให้แรงงานเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านอาหาร น้ำ ที่อยู่อาศัย การศึกษา การรักษาพยาบาล การเดินทาง เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งจำเป็นอื่นๆ ในการใช้ชีวิตตามมาตรฐานของสังคม ตลอดจนการเตรียมตัวรับมือกรณีฉุกเฉิน แนวทางนี้คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของทั้งครอบครัว แต่ก็ไม่ได้คำนวนด้วยค่าใช้จ่ายทุกประเภทซึ่งอาจมีส่วนที่สังคมมองว่าไม่จำเป็น
ค่าจ้างเพื่อชีวิตคำนวณผ่าน ‘ค่าใช้จ่ายต่อหัวของครอบครัวรายได้ปานกลาง’ ซึ่งประกอบด้วย ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่าสาธารณูปโภค ค่าของใช้ส่วนตัว ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ภาษี ทำบุญ บริจาค ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น แล้วนำมาคูณกับตัวคูณสมาชิกในครัวเรือน โดยมีตัวคุณเท่ากับ 1 กรณีที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ผู้ใหญ่คนอื่นที่ไม่ใช่หัวหน้าครอบครัวมีตัวคูณเท่ากับ 0.8 และเด็กในครัวเรือนมีตัวคูณเท่ากับ 0.5 กล่าวคือในกรณีครัวเรือนประมาณด้วยพ่อแม่ลูก 1 คน ตัวคูณครัวเรือนจะเท่ากับ 1+0.8+0.5 = 2.3[3]อ่านรายละเอียดรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ใน กษิดิ์เดช คำพุช. 2022. ยกระดับค่าจ้างขั้นต่ำไทย ให้ไปถึงค่าจ้างเพื่อชีวิต. 101 PUB. https://101pub.org/minimum-wage-to-living-wage/
ค่าครองชีพพุ่ง ค่าจ้างเพื่อชีวิตเพิ่ม
จากการคำนวณค่าจ้างเพื่อชีวิตในปี 2022 ค่าจ้างเพื่อชีวิต กรณีสามารถเลี้ยงดูตนเอง คู่สมรสและลูก 1 คนมีค่า 563 บาท/วัน แต่ในปี 2024 ค่าจ้างเพื่อชีวิตในกรณีเดียวกันเพิ่มสูงขึ้นเป็น 713 บาท หรือกล่าวคือเพิ่มขึ้นมาประมาณ 26.6%
สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าจ้างเพื่อชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ปีเป็นผลมาจาก รายการค่าใช้จ่ายหลายรายการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น รายการค่าอาหารที่เพิ่มขึ้นประมาณ 20% ค่าที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นประมาณ 29% ค่าสาธารณูปโภค (ค่ำน้ำ ค่าไฟ) เพิ่มขึ้นประมาณ 67% และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ทำบุญ จ่ายภาษี บริจาค ค่าโทรศัพท์) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 136%

ภาพที่ 1: ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อวันในปี 2024 เทียบกับปี 2022 (บาท)
ที่มา: 101 PUB ประยุกต์วิธีคำนวนค่าจ้างเพื่อชีวิตจาก ปกป้องและพรเทพ (2556) โดยใช้ข้อมูลแบบสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2564 และ 2566
ในจังหวัดที่ค่าจ้างเพื่อชีวิตสูง ค่าจ้างขั้นต่ำยิ่งไม่เพียงพอ
เนื่องจากค่าจ้างเพื่อชีวิตคำนวณจากค่าใช้จ่ายค่าครองชีพ ซึ่งราคาสินค้าครองชีพในแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดในประเทศไทยนั้นไม่เท่ากัน นั่นหมายความว่าค่าจ้างเพื่อชีวิตในแต่ละจังหวัดย่อมไม่เท่ากันด้วย โดยจังหวัดไหนที่มีค่าใช้จ่ายแพงค่าข้างเพื่อชีวิตจังหวัดนั้นก็ย่อมต้องสูงขึ้น ในการนี้ทาง 101 PUB จึงได้คำนวณค่าจ้างเพื่อชีวิตที่จะทำให้แรงงานในแต่ละจังหวัดสามารถเลี้ยงดูครัวเรือนที่ประกอบด้วยตนเอง คู่สมรส และลูก 1 คนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีใกล้เคียงกันในทุกจังหวัดได้ หรืออีกนัยหนึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าจ้างที่แรงงานในแต่ละจังหวัดควรจะได้รับเพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดี[4]ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน https://docs.google.com/spreadsheets/d/1PvnmimfOmuEoBfNNciIxOBb8hX8N6zQ6Asmn9HKbfQU/edit?gid=0#gid=0

ภาพที่ 2: ค่าจ้างเพื่อชีวิตรายจังหวัด
ที่มา: 101 PUB ประยุกต์วิธีคำนวนค่าจ้างเพื่อชีวิตจาก ปกป้องและพรเทพ (2556) โดยใช้ข้อมูลแบบสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566
โดยจังหวัดที่มีค่าจ้างเพื่อชีวิตสูงเนื่องจากค่าครองชีพสูง ได้แก่ ภูเก็ต (1,200 บาท) ระยอง (1,168 บาท) นนทบุรี (1,117 บาท) กรุงเทพฯ (1,086 บาท) ปทุมธานีและชลบุรี (1,076 บาท) เป็นต้น ในขณะที่จังหวัดที่มีค่าจ้างเพื่อชีวิตไม่สูงมากนักเนื่องจากค่าครองชีพไม่สูงมาก ได้แก่ ปัตตานี (388 บาท) แม่ฮ่องสอน (377 บาท) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเทียบกับค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่งประกาศไปในปี 2568[5]ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) จะพบว่าค่าจ้างขั้นต่ำนั้นต่ำกว่าค่าจ้างเพื่อชีวิตในทุกจังหวัด และเมื่อเทียบว่าค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของค่าจ้างเพื่อชีวิต หรืออีกนัยยะหนึ่งคือค่าจ้างขั้นต่ำนั้นครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการมีชีวิตที่ดีได้มากแค่ไหนจะพบว่า ในจังหวัดที่ค่าจ้างขั้นต่ำสูงกลับเป็นจังหวัดที่ค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการมีชีวิตที่ดีมากที่สุด กล่าวคือค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัด ภูเก็ต ระยอง กรุงเทพฯ ปทุมธานี และชลบุรี คิดเป็นเพียงประมาณ 30-40% ของค่าจ้างเพื่อชีวิต (ครัวเรือนผู้ใหญ่ 2 คนเด็ก 1 คน) นั่นหมายความว่าแรงงานที่อยู่ในจังหวัดที่มีค่าจ้างขั้นต่ำสูงนั้นมีรายได้ที่ไม่เพียงพอในการเลี้ยงดูครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
ในขณะที่จังหวัดที่มีค่าจ้างขั้นต่ำที่ไม่สูงมากนักอย่าง แม่ฮ่องสอน ปัตตานี หนองบัวลำภู เชียงราย อุบลราชธานี มีค่าจ้างขั้นต่ำคิดเป็นประมาณ 80-90% ของค่าจ้างเพื่อชีวิต (ครัวเรือนผู้ใหญ่ 2 เด็ก 1 คน) นั่นหมายความว่าแรงงานที่อยู่ในจังหวัดที่มีค่าจ้างขั้นต่ำไม่สูงกลับมีรายได้ที่เกือบจะเพียงพอในการเลี้ยงดูครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เนื่องจากค่าครองชีพในจังหวัดเหล่านั้นไม่สูงมากนัก

ภาพที่ 3: ค่าแรงขั้นต่ำเทียบกับค่าจ้างเพื่อชีวิตในแต่ละจังหวัด เรียงตามจังหวัดที่มีค่าจ้างขั้นต่ำสูงที่สุดไปต่ำที่สุด
ที่มา: 101 PUB ประยุกต์วิธีคำนวนค่าจ้างเพื่อชีวิตจาก ปกป้องและพรเทพ (2556) โดยใช้ข้อมูลแบบสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566 และประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14)
กล่าวโดยสรุป หากค่าจ้างเพื่อชีวิตคือมาตรฐานขั้นต่ำที่ผู้ใช้แรงงานควรได้รับเพื่อทำให้คนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ค่าจ้างขั้นต่ำของไทยในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถตอบสนองมาตรฐานชีวิตขั้นต่ำให้กับแรงงานไทยได้ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการพัฒนามีรายได้ที่สูง ซึ่งถึงแม้ว่าจังหวัดเหล่านั้นจะกำหนดให้ค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ในระดับที่สูงกว่าจังหวัดอื่น แต่ค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัดเหล่านั้นกลับยิ่งไม่เพียงพอในการดำรงชีพ เนื่องจากรายจ่ายค่าครองชีพในจังหวัดเหล่านั้นสูงกว่ารายจ่ายค่าครองชีพในจังหวัดอื่นๆ อยู่มาก กล่าวได้ว่า แรงงานในจังหวัดเหล่านั้นถึงแม้จะได้รับค่าจ้างที่สูงกว่าจังหวัดอื่น แต่คุณภาพชีวิตกลับด้อยกว่าจังหวัดอื่น
สิ่งนี้สะท้อนว่ากลไกการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำรายจังหวัดก็อาจจะยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ค่าครองชีพที่แรงงานในแต่ละจังหวัดต้องเจอมากนัก
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าควรยกระดับค่าจ้างสำหรับแรงงานให้ใกล้เคียงกับตัวเลขค่าจ้างเพื่อชีวิต แต่การปรับค่าจ้างไม่สามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ทันที เนื่องจาก ค่าจ้างเป็นการตกลงระหว่างนายจ้างและแรงงานในตลาด หากปรับค่าจ้างอย่างก้าวกระโดดภาคธุรกิจอาจปรับตัวไม่ทัน ซึ่งหากธุรกิจปรับตัวไม่ทันย่อมส่งผลให้ความต้องการจ้างงานลดลง และสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยภาพรวมในที่สุด
| จังหวัด | ค่าจ้างสำหรับผู้ใหญ่ 2 คนและเด็ก 1 คน (บาท) |
| ภูเก็ต | 1200.2 |
| ระยอง | 1168.6 |
| นนทบุรี | 1117.5 |
| กรุงเทพมหานคร | 1086.1 |
| ปทุมธานี | 1076.4 |
| ชลบุรี | 1075.8 |
| สมุทรปราการ | 973.4 |
| ฉะเชิงเทรา | 908.8 |
| จันทบุรี | 898.2 |
| ราชบุรี | 824.8 |
| สระบุรี | 812.1 |
| สมุทรสาคร | 801.4 |
| สุราษฎร์ธานี | 792.3 |
| พระนครศรีอยุธยา | 786.6 |
| ปราจีนบุรี | 774 |
| สงขลา | 761.6 |
| นครปฐม | 758.9 |
| ชุมพร | 755.7 |
| ลำพูน | 725.7 |
| มหาสารคาม | 701.7 |
| นครนายก | 693.2 |
| สิงห์บุรี | 678.3 |
| ลพบุรี | 660.8 |
| หนองคาย | 636.1 |
| กระบี่ | 625.5 |
| อำนาจเจริญ | 623.4 |
| บึงกาฬ | 623.3 |
| เชียงใหม่ | 622.9 |
| ตรัง | 621.7 |
| สมุทรสงคราม | 617 |
| เลย | 610.5 |
| อุดรธานี | 608.9 |
| นครสวรรค์ | 603.6 |
| กาญจนบุรี | 602.3 |
| นครศรีธรรมราช | 602.2 |
| ยโสธร | 602 |
| ตราด | 600.8 |
| พิจิตร | 598.6 |
| พังงา | 596.1 |
| เพชรบุรี | 594.9 |
| พัทลุง | 589.7 |
| ประจวบคีรีขันธ์ | 588.1 |
| พิษณุโลก | 583.3 |
| พะเยา | 579.3 |
| ลำปาง | 577.6 |
| สตูล | 571.9 |
| อ่างทอง | 568.3 |
| กำแพงเพชร | 562 |
| ระนอง | 560.9 |
| ขอนแก่น | 559.7 |
| บุรีรัมย์ | 559.4 |
| มุกดาหาร | 554.3 |
| นครราชสีมา | 552 |
| ชัยนาท | 527.1 |
| ชัยภูมิ | 525.4 |
| สกลนคร | 523.3 |
| ยะลา | 522.5 |
| แพร่ | 513 |
| อุทัยธานี | 512.7 |
| เพชรบูรณ์ | 511.7 |
| ร้อยเอ็ด | 509.9 |
| นครพนม | 509.4 |
| น่าน | 508.3 |
| กาฬสินธุ์ | 503.2 |
| อุตรดิตถ์ | 502.9 |
| ตาก | 499.5 |
| สระแก้ว | 491.1 |
| สุพรรณบุรี | 488.5 |
| สุรินทร์ | 486.4 |
| สุโขทัย | 469.5 |
| ศรีสะเกษ | 463.5 |
| นราธิวาส | 460.1 |
| อุบลราชธานี | 453.3 |
| เชียงราย | 447.5 |
| หนองบัวลำภู | 432.1 |
| ปัตตานี | 387.5 |
| แม่ฮ่องสอน | 376.8 |
ตารางที่ 1: ค่าจ้างเพื่อชีวิตรายจังหวัด
ที่มา: 101 PUB ประยุกต์วิธีคำนวนค่าจ้างเพื่อชีวิตจาก ปกป้องและพรเทพ (2556) โดยใช้ข้อมูลแบบสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2566
| ↑1, ↑5 | ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) |
|---|---|
| ↑2 | อ่านเพิ่มเติมใน กษิดิ์เดช คำพุช. 2022. ยกระดับค่าจ้างขั้นต่ำไทย ให้ไปถึงค่าจ้างเพื่อชีวิต. 101 PUB. https://101pub.org/minimum-wage-to-living-wage/ |
| ↑3 | อ่านรายละเอียดรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ใน กษิดิ์เดช คำพุช. 2022. ยกระดับค่าจ้างขั้นต่ำไทย ให้ไปถึงค่าจ้างเพื่อชีวิต. 101 PUB. https://101pub.org/minimum-wage-to-living-wage/ |
| ↑4 | ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน https://docs.google.com/spreadsheets/d/1PvnmimfOmuEoBfNNciIxOBb8hX8N6zQ6Asmn9HKbfQU/edit?gid=0#gid=0 |