ปี 2025 คุณภาพอากาศในภาพรวมของประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้น โดยสัดส่วนของวันที่อากาศดีตามเกณฑ์สากล[1]PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 12.0 μg/m3 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 8.6% อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝุ่น PM2.5 ที่เข้มข้นยังคงเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ ขณะที่การประเมินผลกระทบดังกล่าวยังคงถูกประเมินไว้เบาเกินจริงตามเกณฑ์ของรัฐไทย ซึ่งขีดเส้นระดับความเข้มข้นของ PM2.5 ไว้สูงถึง 75.0 μg/m3 จึงจะนับว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนทั่วไป ในขณะที่เกณฑ์สากลขีดเส้นนี้ไว้ที่ 55.4 μg/m3 เท่านั้น[2]สรวิศ มา. (12 ธันวาคม 2023). รัฐไทยเลือกมองไม่เห็นปัญหาฝุ่น. 101 PUB. https://101pub.org/pm25-sub-standard/
หากพิจารณาตามเกณฑ์สากล สัดส่วนวันที่อากาศแย่ของไทยโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4.3% ของวันทั้งหมดในปี 2025 แต่เมื่อใช้เกณฑ์ไทย ตัวเลขนี้จะเหลือเพียง 1.2% เท่านั้น
การรับรู้ถึงวิกฤตจะยิ่งแตกต่างเมื่อพิจารณาลงไปในระดับพื้นที่ ซึ่งหากวัดตามเกณฑ์สากล จะพบว่าประชาชนกว่า 6.2 ล้านคนใน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน พิษณุโลก สุโขทัย หนองคาย อุบลราชธานี อุทัยธานี และสมุทรสาคร ได้สูดดมอากาศที่ ‘ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ’ เข้าไปเป็นเวลารวมกันมากกว่า 1 เดือน[3]กรมควบคุมมลพิษ (2024-2025) คำนวนโดย 101 PUB แต่ตามเกณฑ์ไทยจะถือว่าไม่มีประชาชนแม้แต่คนเดียวที่เผชิญวิกฤตคุณภาพอากาศในระดับและระยะเวลานี้
101 PUB รวบรวมข้อมูลคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษในช่วงปี 2022-2025 แล้วนำมาวัดระดับใหม่ตามเกณฑ์สากล เพื่อให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่สะท้อนความเป็นจริงยิ่งขึ้น โดยผู้อ่านสามารถเลือกดูสัดส่วนวันในแต่ละปี ตามระดับคุณภาพอากาศเป็นรายจังหวัดได้ด้านล่างนี้
| ↑1 | PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 12.0 μg/m3 |
|---|---|
| ↑2 | สรวิศ มา. (12 ธันวาคม 2023). รัฐไทยเลือกมองไม่เห็นปัญหาฝุ่น. 101 PUB. https://101pub.org/pm25-sub-standard/ |
| ↑3 | กรมควบคุมมลพิษ (2024-2025) คำนวนโดย 101 PUB |